คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินในกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งย่อมเป็นของเจ้ามรดก และทายาทผู้รับมรดกมีสิทธิในกองมรดกโดยส่วนของตน โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ของเจ้ามรดกจึงชอบที่จะยึดทรัพย์สินในกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งเพื่อบังคับชำระหนี้ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ตามฟ้องให้โจทก์ในฐานะที่จำเลยเป็นภริยาผู้รับมรดก บ. โดยทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาต้องรับผิดร่วมด้วย แต่ขณะโจทก์ฟ้องจำเลยนั้นยังไม่ได้แบ่งมรดกกันระหว่างทายาท โฉนดยังเป็นชื่อของ บ. เจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องเพิ่งโอนรับมรดกในขณะคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ฉะนั้น ถึงแม้ที่ดินพิพาทโอนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนนายแบนเจ้ามรดกก็ตามที่พิพาทก็ยังเป็นทรัพยในกองมรดกของ บ. ซึ่งยังมิได้แบ่งอยู่นั่นเอง โจทก์จึงชอบที่จะยึดที่ดินพิพาทมาบังคับคดีได้โดยไม่ต้องฟ้องทายาทผู้รับมรดกคนอื่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีนี้ เดิมศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ตามฟ้องให้โจทก์ในฐานะที่จำเลยเป็นภริยาผู้รับมรดกนายแบนโดยทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาต้องรับผิดร่วมด้วย โจทก์นำยึดทรัพย์หลายอย่าง แต่ที่พิพาทกันในชั้นนี้คือ ที่ดินโฉนดตราจองที่ ๒๒๔ เพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องที่ ๑, ๓, ๔, ๕ และ ๖ ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง โดยผู้ร้องเป็นทายาทของนายแบนและได้รับมรดกตกทอดมา ได้แก้ทะเบียนหลังโฉนดตราจองแล้ว ขอให้ปล่อยการยึด
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องมิได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ โจทก์จะนำยึดที่ดินซึ่งทายาทโอนรับมรดกไปแล้วไม่ได้ สั่งให้ถอนการยึด
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องที่ ๑, ๓, ๔, ๕ และ ๖ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับกันว่าเดิมโฉนดที่พิพาทมีชื่อนายแบนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องโอนรับมรดกนายแบนมาในขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้รับมรดกนายแบนและคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ปัญหาว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าของหนี้กองมรดกจะยึดที่ดินโฉนดพิพาทได้หรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๓๖ บัญญัติว่า ตราบใดที่เจ้าหนี้กองมรดกยังไม่ได้รับชำระหนี้ ให้ถือว่าทรัพย์มรดกยังคงอยู่ในระหว่างจัดการ ตามมาตรา ๑๗๓๘ วรรคแรก บัญญัติว่าก่อนแบ่งมรดกเจ้าหนี้กองมรดกจะบังคับชำระหนี้เต็มจำนวนจากกองมรดกก็ได้ และตามมาตรา ๑๗๓๗ เจ้าหนี้จะบังคับสิทธิเรียกร้องต่อทายาทคนใดก็ได้ เมื่อคดีฟังได้ว่า ขณะโจทก์ฟ้องจำเลยยังไม่ได้แบ่งมรดกกันระหว่างทายาท ใบโฉนดยังเป็นชื่อของนายแบนเจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องเพิ่งโอนรับมรดกในขณะคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ถึงแม้ที่ดินพิพาทโอนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนนายแบนเจ้ามรดกก็ตาม ที่พิพาทก็ยังเป็นทรัพย์ในกองมรดกของนายแบนซึ่งยังมิได้แบ่งกันอยู่นั่นเอง โจทก์จึงชอบที่จะยึดที่ดินพิพาทมาบังคับคดีได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2510
นายคำ เทียนอำไพ โจทก์
นางใจ รักษาพล ล.
นางชลอ ลัพบุตร กับพวกรวม 9 คน ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคำ เทียนอำไพ · ล. - นางใจ รักษาพล · ผู้ร้อง - นางชลอ ลัพบุตร กับพวกรวม 9 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โกวิท ถิระวัฒน์ · มณี ชุติวงศ์ · ไฉน บุญยก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายยนต์ สวนพุฒ · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา