⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 48/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ยังไม่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ไม่อาจฎีกาได้ เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติให้ฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยเรื่องมีเหตุสมควรจะสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ จำเลยและพยานจำเลยไม่มาศาล ศาลถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบตามคำร้อง จึงสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย แต่ยังคงสั่งให้นัดพิจารณาพยานโจทก์ต่อไป คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เพราะยังไม่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) และมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.274

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้ชำระเงินกู้พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ให้นัดสืบพยานโจทก์ และหมายนัดให้จำเลยทราบ ก่อนวันนัด จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยถึงวันนัด จำเลยขอเลื่อนอ้างว่าป่วย ศาลสั่งอนุญาต และให้เลื่อนวันนัดไต่สวนไป ถึงวันนัดไต่สวน ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าได้ยื่นฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยอีกคดีหนึ่ง กรณีเกี่ยวพันกับคดีนี้ขอให้งดการพิจารณาคดีนี้ไว้รอผลคดีเรื่องนั้นก่อน ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำร้องของจำเลยไม่มีเหตุอันควรจะต้องรอคดีนี้ไว้ ให้ยกคำร้อง ในวันเดียวกันนั้นทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้รอคดีนี้ไว้ ศาลสั่งไม่อนุญาต ทนายและจำเลยกับพยานสำคัญผิดคิดว่าศาลจะอนุญาต จำเลยและพยานจึงได้กลับไปทำบัตรประจำตัวเสีย จึงไม่อาจนำพยานมาให้ศาลไต่สวนได้ มิได้เจตนาจะแกล้งประวิงคดี ขอเลื่อนการไต่สวนไป ทนายโจทก์คัดค้านขอให้ยกคำร้องและสืบพยานไปฝ่ายเดียว ศาลสอบถามทนายจำเลยว่ากำหนดทำบัตรประชาชนมีเฉพาะวันนี้หรือ ทนายจำเลยแถลงว่ามีกำหนดสามวัน ศาลเห็นว่าวันนี้เป็นวันนัดไต่สวน จำเลยก็ควรจะมาหรือเตรียมพยานมา ไม่มีเหตุอันสมควรว่าจำเลยยื่นคำร้องขอให้รอคดีนี้ไว้ เพื่อฟังผลคดีอื่นแล้วศาลจะต้องอนุญาตเสมอไป เมื่อจำเลยและพยานจำเลยไม่มาศาล ก็ถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ จึงสั่งให้ยกคำร้องที่ขอให้เพิกถอนการขาดนัดยื่นคำให้การของจำเลยเสีย และให้นัดสืบพยานโจทก์ไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยส่อแสดงว่าจำเลยประวิงคดีให้ล่าช้าไม่มีเหตุผลสมควรจะอนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนไป ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้สั่งอนุญาตให้งดการพิจารณาคดีนี้ไว้รอฟังผลอีกคดีหนึ่งนั้น เป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาข้อแรกของจำเลย ส่วนฎีกาข้อ ๒ ที่ให้รอผลคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๓๖/๒๕๐๘ หรือพิจารณาคดีทั้งสองนี้รวมกันนั้น เป็นฎีกาคำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งศาลอุทธรณ์ไม่รับพิจารณาแล้ว ต้องห้ามมิให้ฎีกาให้ยกเสีย ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยเรื่องมีเหตุสมควรจะสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ จำเลยและพยานจำเลยไม่มา ก็ถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบตามคำร้อง จึงสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยแต่ยังคงสั่งให้นัดพิจารณาพยานโจทก์ต่อไป คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เพราะยังไม่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง ฎีกาของจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๑) และมาตรา ๒๔๗ พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2510 นายหนู ทองศิริ โจทก์ นายชูศักดิ์ รัตนกิจ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหนู ทองศิริ · ล. - นายชูศักดิ์ รัตนกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · พจน์ ปุษปาคม · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 4185/2547ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา