⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 809/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลจดลงตามมาตรา 138 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น หากมีข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีข้อตกลงที่กฎหมายห้ามไว้โดยชัดแจ้ง ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ และไม่อาจบังคับตามข้อตกลงนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลระบุว่าทรัพย์ส่วนใดแบ่งให้โจทก์และทรัพย์ส่วนใดแบ่งให้จำเลย ทรัพย์ที่โจทก์จำเลยได้รับแบ่งไปเป็นส่วนของตนนี้มีสัญญายอมความอีกข้อหนึ่งบังคับไว้ว่า ทั้งโจทก์จำเลยจะต้องทำพินัยกรรมยกทรัพย์นั้นๆให้แก่บุตรของโจทก์และจำเลย ต่อมาโจทก์เอาทรัพย์ส่วนแบ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมีข้อผูกมัดให้โจทก์ต้องทำพินัยกรรมยกให้แก่บุตรนั้นไปขายให้แก่บุคคลอื่นเสียบางส่วน เช่นนี้จึงเป็นกรณีที่ไม่สามารถจะบังคับให้โจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ปฏิบัติตามคำบังคับที่จำเลยร้องขอให้จับขังโจทก์ได้ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 297 ที่ศาลจะมีคำสั่งจับกุมและกักขังโจทก์ ผู้เป็นลูกหนี้ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.273 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.297 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ มูลกรณีเดิม โจทก์ฟ้องขอหย่าและแบ่งทรัพย์จากจำเลยซึ่งเป็นสามีคู่ความทำสัญญาประนีประนอมกันในศาล ศาลพิพากษาตามยอมมีข้อความตามสัญญายอมเท่าที่เกี่ยวเป็นปัญหาเรื่องนี้ข้อ ๒ กับข้อ ๓ ระบุว่าทรัพย์ส่วนใดแบ่งให้เป็นของโจทก์ และทรัพย์ส่วนใดแบ่งให้เป็นของจำเลย ทรัพย์ที่โจทก์และจำเลยได้รับแบ่งไปเป็นส่วนของตนนี้มีสัญญายอมความข้อ ๘ บังคับไว้ว่า ทั้งโจทก์จะต้องทำพินัยกรรมยกทรัพย์นั้น ๆ ให้แก่นางฝุ่น นางรอง นางอุ่นและ นายพล บุตรซึ่งเกิดแต่โจทก์และจำเลย ส่วนจำเลยก็จะต้องทำพินัยกรรมยกทรัพย์นั้น ๆ ให้แก่นางฤทธิ นางฟุ้ง และนางเฟื่อง บุตรซึ่งเกิดแก่โจทก์และจำเลยเช่นกัน บัดนี้ จำเลยได้ยื่นคำร้องชั้นบังคับคดี ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๙ ว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญายอมความข้อ ๒ ข้อ ๘ คือ โจทก์ได้เอาทรัพย์ส่วนแบ่งตามสัญญายอมความข้อ ๒ มีข้อผูกมัดให้โจทก์ต้องทำพินัยกรรมยกให้แก่บุตรอยู่ตามสัญญาความข้อ ๘ นั้นไปขายให้แก่บุคคลอื่นเสียบางส่วนเป็นราคา ๔๐,๐๐๐ บาท เป็นการผิดสัญญายอมความและขัดขืนคำบังคับขอให้หมายเรียกตัวโจทก์มาสอบถามและบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความ ถ้าไม่ปฏิบัติตามขอให้ศาลขังโจทก์ไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล ศาลเรียกโจทก์มาสอบถาม โจทก์ว่ามีสิทธิขายได้ ศาลชั้นต้นสั่งว่ากรณีนี้สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ยึดทรัพย์จับกุมจำขังโจทก์ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ขอให้จับกุมคุมขังโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ห้ามไม่ให้ขาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยมายื่นคำร้องชั้นบังคับคดีขอให้ศาลบังคับจับขังโจทก์ในเมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ขายทรัพย์ตามพินัยกรรมที่ได้ทำไว้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปเสียแล้วเช่นนี้ จึงเป็นกรณีที่ไม่สามารถจะบังคับให้โจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ปฏิบัติตามคำบังคับที่จำเลยขอมานั้นได้ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๗ ที่ศาลจะมีคำสั่งจับกุมและกักขังโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2510 นางแจ่ม รักคุณ โจทก์ นายอาด รักคุณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแจ่ม รักคุณ · จำเลย - นายอาด รักคุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิคม ชัยอาญา · ยง เหลืองรังษี · ทองคำ จารุเหติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 1415/2540ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1052/2509ฎีกา 324/2503ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1083/2540ฎีกา 7168/2542ฎีกา 967/2491ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 5094/2565ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 1591/2495ฎีกา 747/2484ฎีกา 8747/2550ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา