คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2510
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยยังมีทรัพย์อยู่ แต่ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้ผู้ร้องได้โดยสิ้นเชิงนั้น ไม่เป็นเหตุที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยใช้ต้นเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยไม่ชำระโจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยและขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเงินที่ขายทอดตลาดได้
โจทก์คัดค้าน อ้างว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอย่างอื่นซึ่งผู้ร้องสามารถจะขอบังคับคดีมาชำระหนี้แก่ผู้ร้องได้ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเชื่อว่า จำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถยึดเอามาชำระหนี้ได้ สั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีทรัพย์อยู่ไม่เพียงพอกับจำนวนหนี้ของผู้ร้อง จึงไม่เป็นเหตุที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ร้องได้เฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์นำยึด พิพากษากลับให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินที่โจทก์นำยึด หรือเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยอยู่ ๒๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระรวมทั้งค่าธรรมเนียม ค่าทนายความด้วย แต่ทรัพย์ของจำเลยตามคำคัดค้านโจทก์ปรากฏว่ามีเพียง ๑๒,๐๐๐ บาท และโจทก์นำสืบว่าราคา ๑๑,๕๐๐ บาท ซึ่งน้อยกว่าจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้อง ถือได้ว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้โดยสิ้นเชิงจึงชอบที่ศาลจะอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยได้
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 897/2510
นางสวาอมรรัตน์ ศราสิทธิ์สันติกุล โจทก์
นายแนบ พูลทอง จำเลย
นายหงิน หริรักษ์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสวาอมรรัตน์ ศราสิทธิ์สันติกุล · จำเลย - นายแนบ พูลทอง · ผู้ร้อง - นายหงิน หริรักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พยุง วัฒนสิงหะ · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา