⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 898/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เจ้าของที่ดินที่ตกอยู่ในภาระจำยอมไม่มีอำนาจปิดกั้นทางภาระจำยอมนั้น และผู้เช่าที่ดินก็ไม่มีสิทธิกระทำการใดอันเป็นการละเมิดสิทธิในภาระจำยอมนั้น * ภาระจำยอมไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกับสามยทรัพย์ โดยอาจมีอสังหาริมทรัพย์อื่นคั่นอยู่ระหว่างหรือต้องข้ามทางสาธารณะไปก็ได้ หากมีลักษณะเป็นภาระแก่อสังหาริมทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคดีฟังได้ว่าทางพิพาทตกอยู่ในภารจำยอมซึ่งโจทก์ได้มาโดยอายุความจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงที่ทางพิพาทตั้งอยู่ก็ไม่มีอำนาจจะปิดทางพิพาท ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินมาจากผู้อื่น ก็ไม่มีสิทธิล้อมรั้วกินทางพิพาทนั้นเข้าไปได้ เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์อยู่ในตัว โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องให้จำเลยเปิดทางได้ สามยทรัพย์และภารยทรัพย์ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน ถ้าการที่ต้องจำยอมนั้นมีลักษณะเป็นภาระแก่อสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น จะเป็นแปลงหนึ่งหรือหลายแปลงก็ดี จะมีอสังหาริมทรัพย์อื่นคั่นอยู่ระหว่างหรือจะต้องข้ามทางสาธารณะไปก็ดี ก็อาจเป็นภารจำยอมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1390 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อประมาณ ๒๐ ปีมานี้ โจทก์ได้ใช้สิทธิเดินในที่ดินเพื่อลงท่าน้ำบัดนี้จำเลยล้อมรั้วปิดทาง ขอให้บังคับจำเลยเปิดทางและให้จดทะเบียนสิทธิภารจำยอม จำเลยให้การว่าที่ดินทางพิพาทบางตอนเป็นของกรมการศาสนา ไม่ใช่ของจำเลย เป็นทางภารจำยอมไม่ได้ สำหรับส่วนที่เป็นที่ดินของจำเลย จำเลยสงวนสิทธิให้เดินได้ตามที่อนุญาตไม่เป็นทางภารจำยอม ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม พิพากษาให้จำเลยเปิดทาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าทางพิพาทตกอยู่ในภารจำยอมซึ่งโจทก์ได้มาโดยอายุความจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่มีอำนาจจะปิดทางพิพาทได้ ส่วนจำเลยที่ ๓ แม้จะได้ความว่าเช่าที่มาจากกรมการศาสนาก็ตาม แต่เมื่อได้ความว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทนี้มาและจำเลยที่ ๓ ก็รับว่าได้ล้อมรั้วกินทางพิพาทเข้าไป ๒ วา การกระทำของจำเลยที่ ๓ จึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์อยู่ในตัว โจทก์ชอบที่จะฟ้องให้จำเลยที่ ๓ เปิดทางเดินนี้ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าทางพิพาทไม่มาจดที่ดินของโจทก์ ทางพิพาทย่อมไม่เป็นทางภารจำยอมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๗ บัญญัติแต่เพียงว่าอสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น ฉะนั้นสามยทรัพย์และภารยกทรัพย์จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน ถ้าการที่ต้องจำยอมนั้นมีลักษณะเป็นภาระแก่อสังหาริมทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น จะเป็นแปลงหนึ่งหรือหลายแปลงก็ดี จะมีอสังหาริมทรัพย์อื่นคั่นอยู่ระหว่างหรือจะต้องข้ามทางสาธารณะไปก็ดี ก็อาจเป็นภารจำยอมได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2510 นายเจ๊ก ผลิศร ที่ 1 นายหลอด ขาวพันธ์ ที่ 2 โจทก์ นายอ๋อย คำเพ็ง ที่ 1 นางน่วม หนูนุรัตน์ ที่ 2 นางน้าว หนูนุรัตน์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจ๊ก ผลิศร ที่ 1 นายหลอด ขาวพันธ์ ที่ 2 · จำเลย - นายอ๋อย คำเพ็ง ที่ 1 นางน่วม หนูนุรัตน์ ที่ 2 นางน้าว หนูนุรัตน์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · เนิ่น กฤษณะเศรนี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายแวว ยอดพยุง · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียบ สุจารีกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 4300/2543ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2320/2543ฎีกา 149/2526ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา