คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงในการเรียกและยอมให้เงินสินบนนำจับแก่เจ้าพนักงานเพื่อปฏิบัติการตามหน้าที่ เป็นโมฆะ เพราะมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย และมีลักษณะเป็นการที่เจ้าพนักงานเรียกและรับสินบน อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งมีหน้าที่สืบสวนเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญา เมื่อโจทก์รู้ว่ามีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น โจทก์มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดหรือมีหน้าที่ต้องแจ้งการกระทำผิดนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจับกุม หากการะกระทำผิดนั้นเกิดนอกเขตอำนาจของตน การที่โจทก์ไปแจ้งความต่อนายตรวจศุลกากรขอให้จับกุมผู้ลักลอบนำทองคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจับกุม โดยหวังจะขอรับเงินสินบนนำจับในการที่โจทก์จะปฏิบัติหน้าที่ ข้อตกลงในการเรียกและยอมให้เงินสินบนนำจับแก่เจ้าพนักงานเพื่อปฏิบัติการตามหน้าที่ ย่อมมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เพราะมีลักษณะเป็นการที่เจ้าพนักงานเรียกและรับสินบนฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา ข้อตกลงดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินสินบนนำจับ
(พิจารณาโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17-18/2511)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ม.9 พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม.9 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้แจ้งความนำจับผู้ลักลอบนำทองคำออกนอกราชอาณาจักร มีสิทธิได้รับเงินสินบนนำจับ ๒๑๐,๕๐๙.๙๑ บาท แต่จำเลยไม่จ่ายขอให้บังคับ
จำเลยต่อสู้ว่า ที่จำเลยยังไม่จ่ายเพราะกรมตำรวจยังพิจารณาไม่ได้ความจริงว่าใครเป็นสายลับ ถึงหากโจทก์จะเป็นผู้แจ้งความนำจับจริงก็ไม่มีสิทธิรับสินบนนำจับเพราะโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดได้ทั่วราชอาณาจักร
นายเลื่องบุญ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม อ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้แจ้งความนำจับรายนี้ ขอให้จำเลยจ่ายเงินสินบนแก่ผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์เป็นผู้แจ้งความนำจับ ไม่ใช่ผู้ร้อง แต่เห็นว่าโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีอำนาจและหน้าที่จับทองรายนี้ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินสินบนนำจับ พิพากษายกฟ้องและยกคำร้อง
โจทก์และผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์และผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างว่า โจทก์เป็นผู้แจ้งความนำจับไม่ใช่ผู้ร้อง และเห็นว่าจะนำระเบียบของกรมศุลกากรซึ่งห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งความนำจับมาใช้บังคับสิทธิรับเงินค่าสินบนนำจับของโจทก์ไม่ได้ แต่คดีก็ยังมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า การที่โจทก์เป็นนายตำรวจประจำการ มีอำนาจหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดอาญาตามกฎหมายอยู่แล้ว โจทก์จะมีสิทธิแจ้งความขอรับเงินสินบนนำจับผู้กระทำผิดเสียเองได้หรือไม่
ศาลฎีกาได้ปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามกฎหมาย โจทก์มีหน้าที่สืบสวนเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญา เมื่อโจทก์รู้ว่ามีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น โจทก์มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิด หรือมีหน้าที่ต้องแจ้งการกระทำผิดนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจับกุม หากการกระทำผิดนั้นเกิดนอกเขตอำนาจของตนการที่โจทก์ไปแจ้งความต่อนายจำเนียร นายตรวจศุลกากรขอให้จับกุมผู้ลักลอบนำทองคำออกนอกราชอาณาจักร ทั้งที่โจทก์มีอำนาจจะจับกุมผู้กระทำผิดด้วยตนเองได้ หรือมีหน้าที่จะต้องแจ้งการกระทำผิดนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจับกุมโดยหวังจะขอรับเงินสินบนในการที่โจทก์จะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งโจทก์มีอำนาจและหน้าที่จะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว ข้อตกลงในการเรียกและยอมให้เงินสินบนนำจับแก่เจ้าพนักงานเพื่อปฏิบัติการตามหน้าที่ ย่อมมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเพราะมีลักษณะเป็นการที่เจ้าพนักงานเรียกและรับสินบนฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา ฉะนั้น ข้อตกลงที่จะจ่ายเงินสินบนนำจับระหว่างโจทก์กับนายจำเนียรจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินรางวัลนำจับให้โจทก์ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2511
ร้อยตำรวจตรีดนัย หาสตะนันทน์ โจทก์
กรมศุลกากร ล.
นายเลื่องบุญ ศราภัยวานิช ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ร้อยตำรวจตรีดนัย หาสตะนันทน์ · ล. - กรมศุลกากร · ผู้ร้อง - นายเลื่องบุญ ศราภัยวานิช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · ชลัม รุทระวณิช · ลออง จุลกะเศียน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเสลา หัมพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา