⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1326/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยไม่มีไม้มาขายให้โจทก์ตามข้อตกลง โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินที่รับไปล่วงหน้าได้ และการเรียกร้องนี้มีอายุความทั่วไป 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยติดต่อค้าขายไม้ซุงกัน โดยโจทก์ให้เงินจำเลยไปก่อน เมื่อจำเลยส่งไม้มาให้โจทก์ก็คิดหักราคาไม้กับเงินที่จำเลยรับไปล่วงหน้า และถ้าไม้ที่จำเลยส่งมีราคาน้อยกว่าเงินที่จำเลยรับไป หักเหลือเงินเท่าใดก็ขึ้นบัญชีไว้ว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ ดังนี้ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นสัญญาชนิดหนึ่งอันเกิดจากข้อตกลงในการที่จะซื้อขายไม้กัน ซึ่งไม่เข้ากับบทบัญญัติบทหนึ่งบทใดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้น ในกรณีที่เงินของโจทก์ยังเหลืออยู่ที่จำเลยมากน้อยเท่าใด จึงมีสภาพเป็นเรื่องที่จำเลยเก็บรักษาเงินของโจทก์ไว้เพื่อทำการซื้อขายไม้กันต่อไป เมื่อจำเลยไม่มีไม้มาขายให้แก่โจทก์ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินนั้นได้ อายุความเรียกร้องเช่นนี้ไม่มีบทกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะจึงต้องปรับใช้อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา164 ซึ่งเป็นอายุความเรียกร้องทั่วไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพ่อค้าไม้ซุง เมื่อก่อน พ.ศ. ๒๔๙๗จำเลยได้มาติดต่อทำไม้ซุงส่งขายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยได้รับเงินล่วงหน้าไปจากโจทก์หลายคราวคิดเป็นเงิน ๒๙๒,๕๔๕.๘๖ บาท แล้วจำเลยได้นำไม้ซุงส่งขายให้โจทก์รวม ๘๘๘ ท่อน เป็นเงิน ๑๒๕,๔๔๒.๗๕ บาทในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ จำเลยได้มาคิดบัญชีหนี้สินระหว่างกัน แล้วจำเลยยอมรับสภาพหนี้ว่ายังเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่อีก ๑๖๗,๑๐๓.๑๑ บาท โดยจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับผิดไว้ในรายการคิดบัญชี และจำเลยขอผัดชำระหนี้ที่ค้างให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๐๒ จำเลยนำเงินมาผ่อนชำระจำนวน ๒๗,๘๖๕ บาท หนี้จำเลยจึงคงลดเหลือ ๑๓๙,๒๓๘.๑๑ บาทโจทก์ได้ทวงถามตลอดมา แต่จำเลยก็เพิกเฉยเสีย ขอให้จำเลยชำระหนี้๑๓๙,๒๓๘.๑๑ บาท ให้จำเลยเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีสำหรับต้นเงินจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า มิได้เป็นลูกหนี้โจทก์ และมิได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ การชำระหนี้เงินจำนวน ๒๗,๘๖๕ บาท เป็นการชำระหนี้รายอื่นไม่เกี่ยวกับหนี้ที่โจทก์ฟ้อง หนี้ที่โจทก์ฟ้องเป็นหนี้ในทางการค้าธรรมดา มิใช่เพื่ออุตสาหกรรมของลูกหนี้อย่างใด หากจะเป็นหนี้กันจริง ก็เป็นหนี้ที่ขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ และจำเลยเป็นหนี้โจทก์จริงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินต้นและดอกเบี้ยตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า การฟ้องเรียกเงินคืนในเรื่องนี้ต้องฟ้องเรียกในฐานลาภมิควรได้ และฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นพ่อค้าไม้ โจทก์ให้เงินแก่จำเลยไปก่อน เมื่อจำเลยส่งไม้มาให้โจทก์ก็คิดหักราคาไม้กับเงินที่จำเลยรับไปล่วงหน้า ถ้าไม้ที่ส่งมีราคามากกว่าเงินที่จำเลยรับไป โจทก์ก็ต้องชำระเงินเพิ่มให้จำเลยจนครบ แต่ถ้าไม้ที่จำเลยส่งให้โจทก์มีราคาน้อยกว่าเงินที่จำเลยรับไปหักเหลือเงินเท่าใดก็ขึ้นบัญชีไว้ว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ โดยให้จำเลยลงชื่อรับรองไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อหักบัญชีกันแล้ว จำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่๑๓๙,๒๓๘.๑๑ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยไม่ชำระให้ ศาลฎีกาเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเกิดขึ้นจากสัญญาข้อตกลงในอันที่จะซื้อขายไม้กันโดยวิธีที่จำเลยรับเงินจากโจทก์ก่อน และจำเลยจะต้องจัดหาไม้มาส่งมอบขายให้แก่โจทก์ ได้ไม้เป็นจำนวนมากน้อยเท่าใดก็คิดราคากัน แล้วจึงหักจากยอดเงินที่จำเลยรับไปจากโจทก์ในลักษณะซื้อขายไม้กัน ฉะนั้น ในกรณีที่เงินของโจทก์ยังเหลืออยู่ที่จำเลยมากน้อยเท่าใด จึงมีสภาพเป็นเรื่องจำเลยเก็บรักษาเงินของโจทก์ไว้เพื่อทำการซื้อขายไม้กันต่อไป ถ้าจำเลยไม่มีไม้มาขายให้แก่โจทก์ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินนั้นได้ เนื่องจากลักษณะแห่งความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยดังกล่าวแล้วเป็นนิติสัมพันธ์อันเป็นสัญญาชนิดหนึ่ง ไม่เข้ากับบทบัญญัติบทหนึ่งบทใดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รูปคดีของโจทก์จึงต้องปรับใช้อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๖๔ กำหนด ๑๐ ปี อันเป็นอายุความเรียกร้องทั่วไป ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2511 บริษัทเพชรทองคำ จำกัด โดยมานะ เพชรทองคำ กรรมการ โจทก์ นายณรงค์ วงศ์วรรณหรือผาทยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเพชรทองคำ จำกัด โดยมานะ เพชรทองคำ กรรมการ · จำเลย - นายณรงค์ วงศ์วรรณหรือผาทยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ใหญ่ ศาลยาชีวิน · จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุทัย ศุภนิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 685/2512ฎีกา 4082/2530ฎีกา 2647/2517ฎีกา 1457/2526ฎีกา 2384/2536ฎีกา 616-617/2524ฎีกา 2504/2523ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1531/2526ฎีกา 884/2521ฎีกา 979/2498ฎีกา 3895/2534ฎีกา 192/2518ฎีกา 3662/2525ฎีกา 5594/2536ฎีกา 6468/2537ฎีกา 271/2511ฎีกา 2768/2519ฎีกา 2750/2530ฎีกา 728/2529ฎีกา 156/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา