⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 177/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2511

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นของโจทก์ แม้จะมีข้อจำกัดกรรมสิทธิ์บางส่วนตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 โจทก์ก็มีสิทธิให้จำเลยเช่าได้ และโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ จำเลยทำสัญญาเช่าที่รายพิพาทจากโจทก์ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2492 มีกำหนด 3 ปี เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้ว จำเลยครองที่พิพาทอยู่ จำเลยได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เรื่อยมา โจทก์เพิ่งบอกเลิกสัญญาเช่าเมื่อเดือนมกราคม 2504 โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้ คดีไม่ขาดอายุความ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควรย่อมพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจนถึงวันที่จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือเช่าที่ดินโจทก์โฉนดที่ ๓๘๙๘ เพื่อปลูกโรงอยู่อาศัยมีกำหนด ๓ ปี ครบ ๓ ปี โจทก์จำเลยตกลงกันโดยปริยายให้จำเลยเช่าต่อมาเป็นปี ๆ โดยอาศัยหนังสือสัญญาเช่า ต่อมาโจทก์ต้องการที่ดินให้ผู้อื่นเช่าทำการค้า จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและรื้อถอนโรงเรือนและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกการเช่ากับโจทก์ แล้วย้ายไปปลูกอยู่ที่ชานคลองประเวศบุรีรมย์ซึ่งเป็นที่ของกรมชลประทาน ฯลฯ คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นเห็นว่า เรือนหลังใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยอยู่ทั้งในที่ชานคลองและในที่ของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนของจำเลยส่วนที่ปลูกเกินกว่าชานคลองซึ่งเป็นที่ดินของโจทก์ออกไปพ้นที่ดินของโจทก์ ฯลฯ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปเสียจากที่ดินเช่าของโจทก์ โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และเห็นว่าแม้จะมีข้อจำกัด กรรมสิทธิ์บางส่วนตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. ๒๔๘๕ โจทก์ก็มีสิทธิให้จำเลยเช่าได้ และโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ ศาลฎีกาฟังว่า เรือนหลังใหญ่ของจำเลยอยู่ในที่ดินที่โจทก์มีกรรมสิทธิ์ และเห็นว่าจำเลยทำสัญญาเช่าที่รายพิพาทจากโจทก์เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๒ มีกำหนด ๓ ปี เมื่อสิ้นกำหนดดังกล่าว จำเลยยังครองที่พิพาทอยู่ จำเลยได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เรื่อยมา โจทก์เพิ่งบอกเลิกสัญญาเช่าเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๐๔ โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้ คดีไม่ขาดอายุความ นอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจนถึงวันที่จำเลยได้รื้อถอนโรงเรือนออกไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๔) พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่รายพิพาท และให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดรวมทั้งโรงเล็กออกไป ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนปีละ ๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปทั้งหมด ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2511 นางถนอม วิไลวรรณ โจทก์ นางเฮียง เจริญฤทธิ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางถนอม วิไลวรรณ · ล. - นางเฮียง เจริญฤทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · โชค จารุจินดา · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัญ สถาปนสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายพร สมบัติศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา