คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกวดราคาซื้อขายสินค้าที่กำหนดให้ราคาสินค้าที่เสนอขายยืนราคาอยู่ 45 วันนับแต่วันยื่นซองประกวดราคา ไม่ถือเป็นการนับระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 จึงไม่นับวันแรกแห่งระยะเวลา
ย่อคำพิพากษา
เงื่อนไขในการประกวดราคาซึ่งกำหนดให้ราคาสินค้าที่เสนอขายยืนราคาอยู่ 45 วันนับแต่วันยื่นซองประกวดราคานั้นถือไม่ได้ว่ามีนิติกรรมกำหนดการนับระยะเวลาไว้เป็นประการอื่น ดังนั้น จึงไม่นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมคำนวณเข้าด้วย
การประกวดราคาซื้อน้ำมันมิใช่เป็นเรื่องการทำงาน เพราะไม่มีลักษณะหรือสภาพเป็นงานที่ต้องทำต่อๆ ไปอีก เมื่อยื่นซองประกวดราคาเสร็จก็เป็นอันเสร็จกันไป ไม่มีการกระทำอะไรในการประกวดราคานั้นอีก กรณีจึงปรับเข้ากับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 ตอนท้ายมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ประกาศประกวดราคารับซื้อน้ำมันคลีโอโซต โดยให้ผู้ขายเสนอราคาและราคาขายต้องยืนอยู่ ๔๕ วันนับแต่วันยื่นซอง โจทก์ยื่นประกวดราคาเมื่อวันที่ กรกฎาคม ๒๕๐๗และวางเงินมัดจำซองไว้ต่อจำเลย ๖๓,๐๐๐ บาท ประเพณีการประกวดราคาเริ่มมีข้อผูกพันกันในวันเปิดซองประมูล จำเลยเพิ่งแจ้งให้โจทก์ทราบว่า โจทก์ชนะประกวดและให้ไปทำสัญญาขายเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน๒๕๐๗ ซึ่งพ้นกำหนดแล้ว ไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยคืนเงินมัดจำซอง จำเลยปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบภายในกำหนด ๔๕ วันโจทก์ปฏิเสธไม่ทำสัญญา จำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำซองได้
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่ามีประเพณีการปฏิบัติงานในวันประกวดราคา จึงต้องนับระยะเวลาในวันรุ่งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘ จำเลยแจ้งให้โจทก์ไปทำสัญญาภายใน ๔๕ วัน โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามเงื่อนไขการประกวดราคาขายน้ำมันที่โจทก์เสนอยืนอยู่เพียง ๔๕ วันนับแต่วันยื่นซองประกวดราคา ต้องนับวันยื่นซองประกวดเป็น ๑ วัน ด้วย ซึ่งครบวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๐๗ จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบผลการประกวดเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๐๗ พ้นกำหนดไป ๑ วัน จำเลยต้องคืนเงินมัดจำซองให้โจทก์นั้น แม้เงื่อนไขการประกวดจะได้ระบุไว้ดังโจทก์ฎีกาก็หมายความแต่เพียงว่าให้เริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันยื่นซองประกวดเป็นต้นไป ซึ่งย่อมนับเป็น ๑ วันในวันรุ่งขึ้น อันเป็นการนับที่ตรงกับหลักแห่งการนับระยะเวลาตามมาตรา ๑๕๘ คือเริ่มนับ๑ ในวันรุ่งขึ้นนั้นเอง และถือไม่ได้ว่าเงื่อนไขในการนับระยะเวลาในคดีนี้ได้มีนิติกรรมกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามมาตรา ๑๕๒
ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ต้องถูกผูกพันกับจำเลยตั้งแต่วันเปิดซองประกวดราคาจึงถือได้ว่าได้มีการเริ่มการตั้งแต่วันเปิดซองตามข้อยกเว้นของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘ ต้องเริ่มนับวันตั้งแต่วันเปิดซองประกวดราคาเป็นต้นไปนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการประกวดราคาซื้อน้ำมันฯในคดีนี้ มิใช่เป็นเรื่องการทำการงานดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘ ตอนท้ายเพราะไม่มีลักษณะหรือสภาพเป็นงานที่ต้องทำต่อ ๆ ไปอีก อันเป็นเหตุให้ถือว่าได้มีการเริ่มทำงานนั้นตั้งแต่ประกวดราคาเป็นต้นไปเมื่อโจทก์ยื่นซองประกวดราคาเสร็จ ก็เป็นอันเสร็จกันไปไม่มีการกระทำอะไรในการประกวดราคานั้นอีก กรณีจึงปรับเข้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘ ตอนท้ายมิได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2511
บริษัททองไทย(1956) จำกัด โดยนายชัย ทองไทย กรรมการจัดการ โจทก์
การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัททองไทย(1956) จำกัด โดยนายชัย ทองไทย กรรมการจัดการ · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · วินัย ทองลงยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุเมธ ทิพยมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา