คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินตกเป็นส่วนควบของอสังหาริมทรัพย์แล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นย่อมตกเป็นของผู้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นไปด้วยโดยทันที โดยไม่จำต้องมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แยกต่างหาก
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องซื้อที่ดินซึ่งเรือนพิพาทปลูกอยู่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2508 โดยทำนิติกรรมซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในครั้งนั้นจำเลยตั้งใจจะรื้อเรือนพิพาทไปปลูกที่อื่น จึงไม่ได้ขายเรือนพิพาทให้ผู้ร้องด้วย ครั้นต่อมาจำเลยไม่มีเงินจะรื้อถอน จึงได้ขายให้ผู้ร้องเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2508 ดังนี้ เรือนพิพาทตกเป็นส่วนควบของที่ดินของผู้ร้อง และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องไปในตัวในทันทีที่ได้ทำสัญญาซื้อขายเรือนพิพาทกันหาจำต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ไม่ (อ้างฎีกาที่ 561/2488, 1124/2502)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์นำยึดเรือนหนึ่งหลัง ว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่าเป็นของผู้ร้องและปลูกอยู่ในที่ดินของผู้ร้อง ผู้ร้องซื้อเรือนหลังนี้มาขอให้ปล่อยการยึด
โจทก์คัดค้านว่า เรือนพิพาทเป็นของจำเลย ฯลฯ
ศาลชั้นต้นให้ถอนการยึด
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเชื่อว่าผู้ร้องได้ซื้อเรือนพิพาทจากจำเลยจริง
ส่วนข้อกฎหมายนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ร้องซื้อที่ดินซึ่งเรือนพิพาทปลูกอยู่เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๘ โดยทำนิติกรรมซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในครั้งนั้นจำเลยตั้งใจจะรื้อเรือนพิพาทไปปลูกที่อื่น จึงไม่ได้ขายเรือนพิพาทให้ผู้ร้องด้วย ต่อมาจำเลยไม่มีเงินจะรื้อถอน จึงได้ขายให้ผู้ร้องเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม๒๕๐๘ โดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันเอง ศาลฎีกาเห็นว่า เรือนพิพาทตกเป็นส่วนควบของที่ดินของผู้ร้องและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องไปในตัวในทันทีที่ได้ทำสัญญาซื้อขายเรือนพิพาทกันกรณีเช่นนี้หาจำเป็นจะต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ ไม่ (อ้างฎีกาที่๕๖๑/๒๔๘๘, ๑๑๒๔/๒๕๐๒)
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2511
นางแก้ว เมฆรา โจทก์
นายทองดี นันทกาญจน์ ที่ 1 นายสุพจน์ นันทกาญจน์ ที่ 2 จำเลย
นางรำจวน ไชยวงศ์ ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางแก้ว เมฆรา · จำเลย - นายทองดี นันทกาญจน์ ที่ 1 นายสุพจน์ นันทกาญจน์ ที่ 2 · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางรำจวน ไชยวงศ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุขทรรศนีย์ · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา