⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 361/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทรัพย์สินตกเป็นของเจ้าหนี้ตามกฎหมายล้มละลาย ต้องปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่าผู้ล้มละลายเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นจริง มิใช่เพียงการครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อรถพิพาทแล้ว จำเลยเอารถมาใช้รับส่งเด็กนักเรียนของจำเลย ได้เขียนเครื่องหมายอักษรย่อชื่อโรงเรียนไว้ที่กระจกท้ายรถตลอดมา จนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปยึดเอามา แต่ที่กระจกหน้ารถมีกระดาษวงกลมของนายทะเบียนยานพาหนะระบุชื่อผู้เป็นเจ้าของรถ และทะเบียนรถมีอยู่ที่กองทะเบียนยานพาหนะก็ลงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถ ดังนี้ แม้รถจะอยู่ในความครอบครองหรืออำนาจสั่งการในธุรกิจของจำเลยด้วยความยินยอมของผู้ร้อง ตามพฤติการณ์ยังไม่ทำให้เห็นว่าจำเลยเป็นเจ้าของรถ เพราะป้ายทะเบียนวงกลมของนายทะเบียนยานพาหนะยังแสดงให้ประจักษ์แก่คนทั้งหลายว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถ ส่วนตราอักษรชื่อย่อของโรงเรียนเขียนไว้ที่กระจกด้านหลังรถก็เป็นเพียงแสดงให้รู้ว่าเป็นรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนใดเท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าโรงเรียนเป็นเจ้าของรถ แม้ที่รถมีทั้งป้ายวงกลมของกองทะเบียนและตราอักษรย่อชื่อโรงเรียนดังกล่าวอยู่ด้วย ผู้เห็นจะต้องเข้าใจว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถมากกว่าจะคิดว่าโรงเรียนเป็นเจ้าของ และที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถอันแท้จริง ยอมให้รถอยู่ในความครอบครองใช้สอยของจำเลย ก็เกิดจากสัญญาเช่าซื้อ พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมไม่ทำให้เห็นว่าจำเลยผู้ล้มละลายเป็นเจ้าของรถพิพาท อันจะทำให้รถพิพาทตกเป็นทรัพย์สินในกองล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 109 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.109 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้ว ระหว่างพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ยึดรถยนต์ดัทสัน เลขทะเบียน ก.ท.ว. ๑๐๔๑๕ พร้อมยางในยางนอก ผู้ร้องร้องว่ารถยนต์และยางเป็นของผู้ร้องให้จำเลยเช่าซื้อมา ขณะยึดจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ร้องตามสัญญาเช่าซื้อ ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดสัญญาให้ถือว่าสัญญาเลิกกัน ขอให้ถอนการยึด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คัดค้าน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๘ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้การว่า ผู้ร้องได้มอบรถยนต์ไว้ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ เก็บไว้ที่โรงเรียนซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของใช้รถยนต์รับส่งนักเรียน กระจกด้านหลังรถมีชื่อโรงเรียนติดอยู่ บุคคลภายนอกย่อมเห็นและเข้าใจว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของหรืออยู่ในอำนาจสั่งการของจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของหรืออยู่ในอำนาจสั่งการของจำเลยที่ ๑ ผู้ร้องปล่อยรถให้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ รถยนต์ตกเป็นทรัพย์สินในกองล้มละลายอันอาจแบ่งแก่เจ้าหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๙ (๓) ศาลชั้นต้นสั่งให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืนผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของโรงเรียนพงษ์สุภัทร เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๐๘ จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากบริษัทผู้ร้องได้ชำระเงินในวันทำสัญญา ๑๒,๐๐๐ บาท ที่เหลือจะต้องชำระต่อไปเป็นงวด ๒๐ งวด ๆ ละ ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน แต่จำเลยที่ ๑ ไม่เคยชำระเงินตามงวดให้แก่ผู้ร้องเลย เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อแล้วจำเลยที่ ๑ ได้เอารถมาใช้รับส่งเด็กนักเรียนโรงเรียนพงษ์สุภัทรของจำเลยที่ ๑ และได้เขียนเครื่องหมายอักษรย่อ พ.ส.ภ. ชื่อย่อของโรงเรียนไว้ที่กระจกท้ายรถตลอดมาจนกระทั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปยึดเอามา แต่ที่กระจกหน้ารถมีกระดาษวงกลมของนายทะเบียนยานพาหนะระบุชื่อเป็นเจ้าของรถ กระดาษวงกลมของกองทะเบียนยานพาหนะนี้ระบุชื่อบริษัท ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถ และทะเบียนรถมีอยู่ที่กองทะเบียนยานพาหนะก็ลงว่าบริษัทผู้ร้องเป็นเจ้าของรถคันนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้รถยนต์จะอยู่ในความครอบครองหรืออำนาจสั่งการในธุรกิจของจำเลยที่ ๑ ด้วยความยินยอมของผู้ร้องผู้เป็นเจ้าของรถอันแท้จริง แต่ตามพฤติการณ์ก็ยังไม่ทำให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของรถ เพราะป้ายทะเบียนวงกลมของนายทะเบียนยานพาหนะยังแสดงให้ประจักษ์แก่คนทั้งหลายว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถ แม้ทะเบียนรถยนต์จะเป็นเพียงหลักฐานแสดงการเสียภาษี ไม่ใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ก็ตาม แต่ทะเบียนรถยนต์ก็เป็นสิ่งแสดงให้คนทั้งหลายรู้ในเบื้องต้นว่าใครควรจะเป็นเจ้าของรถ ส่วนตราอักษรชื่อย่อของโรงเรียนพงษ์สุภัทรเขียนไว้ที่กระจกด้านหลังรถ ก็เป็นเพียงแสดงให้รู้ว่าเป็นรถรับส่งนักเรียนโรงเรียนใดเท่านั้น ไม่ได้ระบุไว้เลยว่าโรงเรียนเป็นเจ้าของรถ แม้ที่รถมีทั้งป้ายวงกลมของกองทะเบียนและตราอักษรย่อชื่อโรงเรียนดังกล่าวอยู่ด้วยกัน ก็เชื่อว่าผู้เห็นจะต้องเข้าใจว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถมากกว่าจะคิดว่าโรงเรียนเป็นเจ้าของ และที่ผู้ร้องผู้เป็นเจ้าของแท้จริงยอมให้รถอยู่ในความครอบครองใช้สอยของจำเลยที่ ๑ ก็เกิดจากสัญญาเช่าซื้อ พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมไม่ทำให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ ผู้ล้มละลายเป็นเจ้าของรถยนต์คันพิพาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2511 นางเตือนใจ วรบุตร โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์ เปี่ยมลาภ ที่ 1 นางสุพัฑฒา เปี่ยมลาภ ที่ 2 ล. บริษัทสยามกลการและนิสสัน จำกัด ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเตือนใจ วรบุตร · ล. - นายพงษ์ศักดิ์ เปี่ยมลาภ ที่ 1 นางสุพัฑฒา เปี่ยมลาภ ที่ 2 · ผู้ร้อง - บริษัทสยามกลการและนิสสัน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลัม รุทระวณิช · สวิง ลัดพลี · ลออง จุลกะเศียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแปลก ศิงฆมานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8304/2559ฎีกา 7786/2548ฎีกา 4660/2551ฎีกา 4023/2550ฎีกา 725/2512ฎีกา 2475-2476/2566ฎีกา 544/2520ฎีกา 276/2507ฎีกา 1517/2525ฎีกา 4596/2539ฎีกา 1281/2506ฎีกา 84/2512ฎีกา 5783/2533ฎีกา 1363/2514ฎีกา 201/2535ฎีกา 4554/2539ฎีกา 638/2487ฎีกา 632/2490ฎีกา 593/2509ฎีกา 1570/2556ฎีกา 949/2539ฎีกา 8104/2554ฎีกา 2100/2522ฎีกา 6535/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา