⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3725-3726/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3725-3726/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายนัดโดยวิธีปิดหมาย ณ สำนักงานทนายความที่ผู้รับหมายได้ย้ายออกไปก่อนแล้ว ถือว่าเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และแจ้งให้ผู้ร้องนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระเพิ่มในวันนัดโดยวิธีปิดหมายณ สำนักงานของทนายผู้ร้องตามที่ปรากฏในสำนวน เมื่อปรากฏว่าทนายผู้ร้องได้ย้ายสำนักงานออกไปก่อนมีการปิดหมายนัด ถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายโดยชอบ การที่ผู้ร้องไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลไปชำระเพิ่มในวันนัดตามคำสั่งศาลชั้นต้นจึงไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดถือไม่ได้ว่าผู้ร้องทิ้งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีโดยไม่มีเหตุตามกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นที่ผู้ร้องอุทธรณ์ก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.74 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสามเด็ดขาด ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นสองฉบับ ฉบับแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2529 ขอขยายระยะเวลายื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ฉบับที่สองเมื่อวันที่14 มีนาคม 2529 ขอให้มีคำสั่งกลับหรือแก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้มีผลเป็นการถอนการยึดทรัพย์ตามที่ระบุในคำร้องศาลชั้นต้นคำร้องฉบับแรกว่าไม่อนุญาตและมีคำสั่งให้ยกคำร้องฉบับหลัง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งสองคำสั่งมาในอุทธรณ์ฉบับเดียวกัน เมื่อศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาเสร็จ ได้ส่งสำนวนพร้อมของคำพิพากษาและรายงานกระบวนพิจารณาสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเรียกให้ผู้ร้องนำเงินค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่จำนวน 200 บาทมาชำระหากผู้ร้องไม่ยอมเสีย ให้ส่งสำนวนและคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และแจ้งคำสั่งให้ผู้ร้องนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธณ์ที่ยังขาดอยู่ไปวางศาลในวันนัดด้วยโดยการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของทนายผู้ร้องตามที่ปรากฏหลักฐานในสำนวน ครั้นถึงวันนัดผู้ร้องไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้ส่งสำนวนและคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการ ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดให้ทนายผู้ร้องโดยการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของทนายผู้ร้องตามที่ปรากฏหลักฐานในสำนวนเช่นเดิมครั้นถึงวันนัดผู้ร้องไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังฝ่ายเดียว โดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้ร้องทิ้งอุทธรณ์ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การส่งหมายนัดแจ้งให้คู่ความทราบโดยการปิดหมายตามคำสั่งศาลนั้น หากเป็นการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของคู่ความตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยไม่ปรากฏว่าคู่ความนั้นได้ย้ายไปจากภูมิลำเนานั้นก่อน ย่อมเป็นการส่งโดยชอบ และเมื่อครบกำหนดเวลา 15 วัน แล้ว ย่อมมีผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคสอง แต่กรณีของผู้ร้องเป็นการส่งหมายนัดให้ทนายผู้ร้องทราบโดยการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของทนายผู้ร้องตามหลักฐานในสำนวน โดยที่ปรากฏต่อมาว่าทนายผู้ร้องได้ย้ายจากภูมิลำเนานั้นก่อนแล้ว ดังนี้ย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งโดยชอบ แม้จะปิดหมายครบ 15 วัน แล้วก็ไม่มีผลตามกฎหมาย ถือว่าทนายผู้ร้องยังไม่ทราบนัด การที่ผู้ร้องและทนายความมิได้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลเพิ่มตามนัดจึงไม่เป็นการเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด อันจะถือเป็นการทิ้งอุทธรณ์ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ถือว่าผู้ร้องทิ้งอุทธรณ์และพิพากษาให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาผู้ร้องฟังขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของผู้ร้องด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในเมื่อกรณีของผู้ร้องไม่มีเหตุที่จะให้จำหน่ายคดี และศาลอุทธรณ์ก็ยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้ออุทธรณ์ของผู้ร้อง จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนคืนศาลอุทธรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นที่ผู้ร้องอุทธรณ์ และมีคำสั่งเกี่ยวกับค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามรูปคดีและตามกฎหมาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3725 - 3726/2534 นาย ลัก ษมี นิวาส กุป ตา โจทก์ นางสาว วีบา เค. ดาเว ผู้ร้อง เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล เค. นารมัดดาเว แอนด์บราเดอร์ จำเลย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ลัก ษมี นิวาส กุป ตา · ผู้ร้อง - นางสาว วีบา เค. ดาเว · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล เค. นารมัดดาเว แอนด์บราเดอร์ · จำเลย - กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิน อักขรายุธ · จรัส อุดมวรชาติ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1002/2509ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา