คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เรือนที่ปลูกลงในที่ดินโดยผู้ที่ได้สิทธิครอบครองที่ดินนั้น ไม่ถือเป็นส่วนควบของที่ดิน หากผู้ที่ปลูกเรือนนั้นได้สิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องซื้อที่ดินจากจำเลยและได้ใช้สิทธิครอบครองที่ดินตลอดมาตั้งแต่ซื้อ และปลูกเรือนลงในที่ดินนั้น แต่จำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิที่ดินให้ผู้ร้อง ต่อมาจำเลยถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินแปลงนี้ ก็จะยึดเรือนของผู้ร้องด้วยไม่ได้ เพราะกรณีเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 ซึ่งไม่ถือว่าเรือนของผู้ร้องเป็นส่วนควบของที่ดินจำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดเรือนของผู้ร้องซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๒๗๙๖ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งว่า เรือนของผู้ร้องตกเป็นส่วนควบของที่ดิน ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์ไม่ให้ถอนการยึด ผู้ร้องจึงขอให้ศาลสั่งปล่อยเรือน
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของผู้ล้มละลายคัดค้านว่า ผู้ร้องทำสัญญาซื้อขายที่ดินตามคำร้องจากผู้ล้มละลาย ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เรือนที่ผู้ร้องปลูกลงในที่ดินย่อมเป็นส่วนควบของเจ้าของที่ดินจึงเป็นของผู้ล้มละลาย ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับกันว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ ผู้ร้องทำหนังสือสัญญาซื้อที่ดินโฉนดที่ ๒๗๙๖ ของจำเลย แล้วผู้ร้องปลูกเรือน ๑ หลังลงในที่ดินนั้น ผู้ร้องผ่อนชำระราคาที่ดินให้จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยโอนที่ดินให้ยังไม่ได้เพราะติดจำนอง ต่อมาในปี ๒๕๐๖ จำเลยถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินโฉนดที่ ๒๗๙๖ และยึดเรือนนี้ด้วย มีปัญหาว่าเรือนนี้เป็นส่วนควบของที่ดินหรือไม่ เห็นว่าผู้ร้องผ่อนชำระราคาที่ดินให้จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ผู้ร้อง แม้จะถือว่าที่ดินยังเป็นของจำเลย และเรือนพิพาทจะมีลักษณะถาวรติดที่ดินก็ตาม แต่ผู้ร้องใช้สิทธิครอบครองที่ดินนี้ตั้งแต่ซื้อจากจำเลยตลอดมา เมื่อผู้ร้องมีสิทธิในที่ดินและใช้สิทธินั้นปลูกเรือนพิพาทลงไว้ในที่ดิน กรณีก็เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๙ ไม่ถือว่าเรือนพิพาทเป็นส่วนควบกับที่ดินของจำเลยผู้ล้มละลายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีสิทธิยึดเรือนพิพาทซึ่งเป็นของผู้ร้อง
พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปล่อยเรือนพิพาทให้ผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2514
นายสงวน ทองไพฑูรย์ โจทก์
นายสง่า แก้วมีแสง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย
นาวาโทมานิต วีรเดชะ ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน ทองไพฑูรย์ · จำเลย - นายสง่า แก้วมีแสง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นาวาโทมานิต วีรเดชะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา