⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 538/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าวไม่เป็นโมฆะ แต่หากคนต่างด้าวผู้ซื้อไม่สามารถดำเนินการให้ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ตามกฎหมาย ก็ไม่อาจบังคับให้ผู้ขายโอนที่ดินให้ได้ และผู้ขายย่อมไม่ถือว่าผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าวนั้น หาเป็นโมฆะหรือโมฆียะไม่ เพราะกฎหมายหาได้ห้ามขาดไม่ให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเสียทีเดียวไม่ คนต่างด้าวซึ่งเป็นคนซื้ออาจดำเนินการให้ได้รับโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายนั้นได้ เช่น ทำการขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ แต่คดีนี้ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์ (คนต่างด้าว) ได้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด และได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ได้มาซึ่งที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่ประการใด กรณีย่อมไม่อาจคาดหมายได้ว่าโจทก์อยู่ในฐานะจะสามารถซื้อที่ดินจากจำเลยได้ อยู่ ๆ โจทก์ก็มาฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินให้ โดยโจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ เช่นนี้ หากศาลบังคับให้ ก็เป็นทางให้โจทก์ได้ที่ดินอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ฉะนั้น การที่จำเลยยังไม่โอนที่พิพาทให้โจทก์ ย่อมจะถือว่าจำเลยผิดสัญญาได้ไม่ และโจทก์จะเรียกเบี้ยปรับจากจำเลยก็ไม่ได้เช่นกัน (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 6/2511)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.86

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงจะขายที่ดินของจำเลยครึ่งหนึ่งให้โจทก์เป็นเงิน ๓๐,๕๐๐ บาท โดยให้โจทก์ชำระเงินภายในกำหนด ๒ ปี และโจทก์ยอมใช้ค่าเสียหายให้จำเลยเดือนละ ๓๘๒ บาท โจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินและใช้ค่าเสียหายให้จำเลยตลอดมา ต่อมาโจทก์ไปบอกให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยโจทก์จะชำระเงินทั้งหมดให้ จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมโอนให้ ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินหรือใช้ค่าปรับแก่โจทก์ ๓๐, ๕๐๐ บาท จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์กับบริวารออกจากที่พิพาท และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงพิพากษายกฟ้อง บังคับตามฟ้องแย้งให้ขับไล่โจทก์กับบริวารออกจากที่พิพาทและให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลย ๙,๑๖๘ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษากลับให้จำเลยรับเงินราคาที่ดิน ๓๐,๕๐๐ บาทจากโจทก์ และโอนห้องแถวกับที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ ถ้าโอนไม่ได้ให้จำเลยใช้ค่าปรับแก่โจทก์เป็นเงิน ๓๐,๕๐๐ บาท และให้ยกฟ้องของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ว่า แท้จริงคนต่างด้าวนั้น กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินหาได้ห้ามเด็ดขาดมิให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเสียทีเดียวไม่ คนต่างด้าวบังอาจขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถือกรรมสิทธ์ในที่ดินได้อยู่ สัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยจึงหาเป็นโมฆะหรือโมฆียะกรรมตามกฎหมายไม่ แต่หากเป็นสัญญาที่มีผลบังคับได้ เพราะโจทก์อาจดำเนินการเพื่อให้มีการรับโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายได้ เช่น ทำการขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวข้างต้น ฟ้องโจทก์เพียงแต่บรรยายว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทจากจำเลย โจทก์พร้อมที่จะชำระราคาให้จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมโอนให้ ขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินให้โจทก์เท่านั้น ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายแสดงได้เลยว่า โจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวอยู่ในฐานะที่จะรับโอนที่พิพาทได้อย่างไร ทางพิจารณาก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ปฏิบัติการให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนด และได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ได้มาซึ่งที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่ประการใด กรณีไม่อาจคาดหมายได้ว่าโจทก์อยู่ในฐานะที่จะสามารถซื้อที่ดินจากจำเลยได้ อยู่ ๆ โจทก์ก็มาฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินให้โดยโจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ เช่นนี้ หากศาลจะบังคับให้ก็เป็นทางบังคับให้โจทก์ได้ ที่ดินอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายที่ดิน ฉะนั้น การที่จำเลยยังไม่โอนที่พิพาทให้โจทก์ จะถือว่าจำเลยผิดสัญญาได้ไม่ โจทก์จะเรียกเบี้ยปรับจากจำเลยก็ไม่ได้เช่นกัน ฟ้องโจทก์จึงตกไป ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นหน้าที่ของโจทก์ซึ่งเป็นคนซื้อและเป็นคนต่างด้าว ที่จะต้องดำเนินการให้อยู่ในฐานะที่จะรับโอนที่ดินได้ตามสัญญาจะซื้อขาย หากโจทก์ละเลยไม่ปฏิบัติดังกล่าวภายในกำหนดเวลาในสัญญาจะซื้อขาย หากโจทก์ละเลยไม่ปฏิบัติดังกล่าวภายในกำหนดเวลาในสัญญาจะซื้อขาย ก็ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ตามคำฟ้องและตามข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์อยู่ในฐานะที่จะรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ เมื่อโจทก์ไม่อยู่ในฐานะที่จะรับโอนที่ดินได้ ก็ย่อมเป็นกรณีที่ผู้ซื้อไม่มารับโอนตามสัญญานั่นเอง เพราะไม่มารับโอนหรือมารับโอนแล้วแต่โจทก์ไม่อยู่ในฐานะที่จะรับโอนได้ ก็มีผลเช่นเดียวกับไม่มารับโอนนั่นเอง สัญญาจะซื้อขายจึงเป็นอันระงับตามความในสัญญานั่นเอง เมื่อจำเลยก็ได้บอกกล่าวกำหนดเวลาให้โจทก์ออกจากที่ดินของจำเลย และบัดนี้พ้นกำหนดเวลาแล้ว โจทก์กลับเพิกเฉยอยู่เรื่อยมาโดยไม่มีสิทธิจึงชอบที่จะพิพากษาให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยได้ พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลย คำขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายตามฟ้องแย้งให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2511 นางเลี่ยงเก็ง แซ่เลี้ยง โจทก์ นายเสงี่ยม จิตร์สุภาพ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเลี่ยงเก็ง แซ่เลี้ยง · ล. - นายเสงี่ยม จิตร์สุภาพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประสม เภกะสุต · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวรุณ นุมานิต · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1446/2512ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2546/2518ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1364/2514ฎีกา 4257/2530ฎีกา 3251/2534ฎีกา 1278/2501ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 1730/2513ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2839/2527ฎีกา 2657/2534ฎีกา 3842/2526ฎีกา 2501-2504/2521ฎีกา 672/2519ฎีกา 6192/2533ฎีกา 299/2490ฎีกา 1121/2533ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา