คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันทีที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย และทายาทมีสิทธิฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนจากผู้ที่ยึดถือโดยมิชอบได้ แม้จะพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
นาพิพาทเป็นสินสมรสระหว่าง ก. กับ ม.. เมื่อ ก.กับ ม. มีชีวิตอยู่ ให้โจทก์จำเลยอาศัยทำกิน ดังนี้ เมื่อ ก. ตาย นาพิพาทส่วนที่เป็นของ ก. ย่อมเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นบุตรทันที โจทก์จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในนาพิพาทตามส่วนที่ตนจะได้รับมรดกตามกฎหมาย โดยไม่จำต้องมีการแสดงเจตนาเปลี่ยนแปลงลักษณะการยึดถือ และภายหลังที่ ก. ตายโจทก์ยังคงทำนาพิพาทอยู่ตามเดิม จึงเป็นกรณีทายาทครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1748 แม้โจทก์จะฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่ ก. เจ้ามรดกตาย คดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องเรียกเอากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เป็นของโจทก์แต่ถูกจำเลยยื้อแย่งไปเอากลับคืนมา แม้จะต้องมีการเพิกถอนการโอนยกให้ระหว่าง ม. กับจำเลย เพราะ ม.ไม่มีสิทธิเอานาพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ไปโอนให้ก็ตาม แต่กรณีก็ไม่ใช่เรื่องเพิกถอนการฉ้อฉลจะนำเอาอายุความ 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240มาใช้บังคับไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้และแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ ฯลฯ
จำเลยให้การต่อสู้คดี และว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองแบ่งนาพิพาทให้แก่โจทก์คนละ ๒ ใน ๑๕ ส่วน ฯลฯ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า นาพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างนายกิ่งนางเม้า เมื่อนายกิ่งนางเม้ายังมีชีวิตอยู่ ให้โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ ๑ กับนางสาหร่ายอาศัยทำกินครั้นนายกิ่งตาย นาพิพาทส่วนที่เป็นของนายกิ่งย่อมเป็นมรดกตกได้แก่ทายาททันที โจทก์ทั้งสองเป็นบุตร มีสิทธิจะได้รับมรดก จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในนาพิพาทตามส่วนที่ตนจะได้รับมรดกตามกฎหมาย โดยไม่จำต้องมีการแสดงเจตนาเปลี่ยนแปลงลักษณะการยึดถือดังที่จำเลยฎีกาและภายหลังที่นายกิ่งตายแล้ว โจทก์ทั้งสองก็ยังคงทำนาพิพาทอยู่ตามเดิม จึงเป็นกรณีทายาทครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกันมาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๗๔๘ แม้โจทก์จะฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี นับแต่นายกิ่งเจ้ามรดกตายคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความมรดก
คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเอากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่เป็นของโจทก์แต่ถูกจำเลยยื้อแย่งไปเอากลับคืนมา แม้จะต้องมีการเพิกถอนการโอนยกให้ระหว่างนางเม้ากับจำเลยทั้งสอง เพราะนางเม้าไม่มีสิทธิเอานาพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสองไปโอนให้ก็ตาม แต่กรณีก็ไม่ใช่เรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล ฉะนั้น จะนำอายุความ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๔๐ มาใช้บังคับแก่คดีนี้ดังที่จำเลยฎีกาไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2511
นางผวน เพชรไพฑูรย์ ที่ 1 นางจวน บุญนำ ที่ 2 โจทก์
นางนอง ประจงกิจ ที่ 1 นางสาวบานชื่น ประจงกิจ โดยนายชิต ประจงกิจ บิดาผู้
ปกครอง ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางผวน เพชรไพฑูรย์ ที่ 1 นางจวน บุญนำ ที่ 2 · บิดาผู้ - นางนอง ประจงกิจ ที่ 1 นางสาวบานชื่น ประจงกิจ โดยนายชิต ประจงกิจ · จำเลย - ปกครอง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี · อาจิต ไชยาคำ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายเธียร เจริญวัฒนา · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา