⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 737/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่คู่ความตกลงให้โอนอสังหาริมทรัพย์แทนการชำระหนี้ คำพิพากษานั้นถือเป็นการแสดงเจตนาของผู้ถูกบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ และผู้รับโอนย่อมมีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์นั้นก่อนเจ้าหนี้รายอื่นของผู้โอน.

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยยอมชำระเงินให้ผู้ร้องจำนวนหนึ่ง โดยจะโอนเรือนพิพาทให้ผู้ร้องแทนการชำระหนี้ ถ้าจำเลยขัดขืนไม่ไปโอน ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนผู้อื่น แม้โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้จำเลย ก็หามีสิทธิยึดเรือนพิพาทไม่ (มติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2511)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.137 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เป็นปัญหาในชั้นบังคับคดี โดยโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเรือนพิพาทอ้างว่าเป็นของจำเลย เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ว่า เรือนพิพาทเป็นของผู้ร้อง ซึ่งได้กรรมสิทธิ์มาตามคำพิพากษาศาลแพ่ง คดีแดงที่ ๓๒๗๗/๒๕๐๗ ขอให้สั่งปล่อย โจทก์ให้การว่า เรือนพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยกเรือนพิพาทให้ผู้ร้อง โดยสมคบกันเป็นกลฉ้อฉลเพื่อมิให้โจทก์บังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง คู่ความไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยยอมยกเรือนพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง เป็นการชำระหนี้แทนเงินที่จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่และศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ผู้ร้องอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๐ โจทก์ยึดเรือนพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ของตนไม่ได้ มีคำสั่งให้ปล่อยเรือนพิพาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยได้ยอมชำระเงินให้ผู้ร้อง ๗,๕๐๐ บาท โดยจำเลยจะโอนเรือนพิพาทให้ผู้ร้องแทนการชำระหนี้ถ้าจำเลยขัดขืนไม่ไปโอน ก็ให้เอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนผู้อื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๐ แม้โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้จำเลย โจทก์ก็หามีสิทธิยึดเรือนพิพาทไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2511 นางประจวบ เพชรอำไพ โจทก์ นายสำเภา สุดกรุง จำเลย นายไพบูลย์ ทิพยตานนท์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประจวบ เพชรอำไพ · จำเลย - นายสำเภา สุดกรุง · ผู้ร้อง - นายไพบูลย์ ทิพยตานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · โชค จารุจินดา · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุเมธ ทิพยมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 6306/2551ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 621/2514ฎีกา 5378/2544ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 2451/2548ฎีกา 181/2512ฎีกา 3745/2530ฎีกา 180/2502ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3139/2537ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4832/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา