⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1151/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้าย แม้ผู้รับจะรู้ว่าได้มาจากการกระทำผิด แต่หากเงินนั้นมิใช่ทรัพย์สินของผู้เสียหายโดยตรง และเป็นเงินที่บุคคลภายนอกชำระให้แก่ผู้กระทำผิด ผู้เสียหายจะไม่มีสิทธิเรียกเงินส่วนนั้นคืนจากผู้รับ เว้นแต่ส่วนที่ผู้รับยอมรับว่าได้มาจากการขายทรัพย์สินของผู้เสียหาย.

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรอาวุธปืน ถูกจับได้พร้อมทั้งเงินที่ขายปืนได้ 17,895 บาท จำเลยให้การว่าเงินขายปืนได้มีเพียง 5,800 บาท เงินที่เหลือเป็นเงินส่วนตัวของจำเลย เฉพาะเงิน 5,800 บาท นี้จำเลยไม่ติดใจโต้แย้ง ดังนี้ แม้จะฟังได้ว่าเงินของกลางเป็นเงินที่จำเลยได้จากการขาดปืนก็ตาม จะถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของเงินของกลางทั้งหมดไม่ได้ เพราะมิใช่ทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไป และจำเลยรับไว้โดยรู้ว่าเป็นเงินที่ได้จากการกระทำผิด แต่เป็นเงินของผู้ที่ซื้อปืนไปจากจำเลย ให้จำเลยเป็นการชำระราคาปืน ฉะนั้น จึงต้องคืนเงินของกลางให้แก่ผู้เสียหาย 5,800 บาท เท่าจำนวนที่จำเลยพอใจคืนให้แก่ผู้เสียหาย ส่วนที่เหลือต้องคืนให้แก่จำเลย ต่อจากนั้นโจทก์ต้องดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลที่จะให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาปืนที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.49 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร อาวุธปืนพกสั้นจำนวน ๘๗ กระบอก ราคา ๙๙,๕๙๐ บาทของกองทัพบกของสหรัฐ เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ ๑ ได้พร้อมอาวุธปืนจำนวน ๑๒ กระบอก กับเงินขายปืนได้ ๑๗,๘๙๕ บาท จับจำเลยที่ ๒ ได้พร้อมเงินที่ได้มาจากการขายปืน ๕,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๓ ได้พร้อมอาวุธปืนจำนวน ๙ กระบอก ต่อมาเจ้าพนักงานติดตามปืนที่ถูกคนร้ายลักไปได้อีก ๒๔ กระบอกซึ่งจำเลยทั้งสามนำไปขายและฝากผู้อื่น ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนปืน ๘๗ กระบอกหรือใช้ราคา ๙๙,๕๙๐ บาทแก้ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพฐานรับของโจทก์ เงินที่จำเลยขายปืนได้มีเพียง ๕,๘๐๐ บาท เงินของกลางที่เหลือเป็นเงินส่วนตัวของจำเลย ขอให้พิพากษาคืนเงินส่วนตัวให้จำเลยด้วย จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ให้จำคุก ๔ ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๒ ปี คืนเงินของกลางให้ผู้เสียหาย ๕,๘๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจำเลยที่ ๑ ในจำเลยที่ ๑ คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่คืนแก่ผู้เสียหาย ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ ๑คืนเงินของกลาง ๑๕,๐๐๐ บาทให้แก่ผู้เสียหาย กับขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๓ ตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่า จำเลยที่ ๓ มีความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗ ให้จำคุก ๒ ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัย ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ที่โจทก์ขอให้จำเลยร่วมคืนปืน ๘๗ กระบอกหรือใช้ราคา ๙๙,๕๙๐ บาทแก่ผู้เสียหาย ให้ยกเสีย เพราะข้อเเท็จจริงจำเลยได้รับของโจรเฉพาะปืนของกลางเท่านั้นกับให้จำเลยที่ ๑คืนเงินของกลางจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย เงินที่เหลือ ๒,๘๙๕ บาท ให้คืนจำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ขอให้คืนเงินของกลางที่เป็นเงินขายปืนได้เพียง ๕,๘๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย ส่วนที่เหลือคืนให้จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ฎีกาขอให้ยกฟ้องหรือรอการลงโทษ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๙ บัญญัติว่า "แม้จะไม่มีฟ้องคดีส่วนแพ่งก็ตาม เมื่อพิพากษาคดีส่วนอาญา ศาลจะสั่งให้คืนทรัพย์ของกลางแก้เจ้าของก็ได้" เมื่อกรณีฟังได้ว่าเงินของกลางเป็นเงินที่จำเลยที่ ๑ ได้จากการขายปืนของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปก็ตาม จะถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าของเงินของกลางจำนวนนี้ไม่ได้ เพราะเงินของกลางมิใช่ทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ถูกคนร้านลักไป แล้วจำเลยที่ ๑ รับไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดแต่เป็นเงินของผู้ที่ซื้อปืนไปจากจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๑ เป็นการชำระราคาปืนเงินของกลางจึงเป็นของจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๑ เป็นการชำระราคาปืนเงินของกลางจึงเป็นของจำเลยที่ ๑ ฉะนั้นจึงต้องคืนเงินของกลางให้แก่ผู้เสียหาย ๕,๘๐๐ บาทเท่าจำนวนทีจำเลยที่ ๑ พอใจให้คืนแก่ผู้เสียหาย(ตามคำให้การของจำเลยที่ ๑ ส่วนที่เหลือต้องคืนให้แก่จำเลยที่ ๑ ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของโจทก์ที่จะดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลที่ให้จำเลยที่ ๑ คืนหรือใช้ราคาปืนที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายต่อไป พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อที่ให้คืนเงินของกลาง ๑๕,๐๐๐ บาทให้แก่ผู้เสียหาย เป็นว่า ให้คืนเงินของกลาง ๕,๘๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายส่วนที่เหลือให้คืนแก่จำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยกฎีกาจำเลยที่ ๓ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1151/2512 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายลือ อุตส่าห์งาน ที่ 1 นายพิณ กระโจม ที่ 2 นายชุ่ม ปุริธรรมเม ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายลือ อุตส่าห์งาน ที่ 1 นายพิณ กระโจม ที่ 2 นายชุ่ม ปุริธรรมเม ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · บัญญัติ สุขารมณ์ · แสวง จินดานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายศิลปชัย มุ่งถิ่น · ศาลอุทธรณ์ - นายสอน ไชยสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 2414/2516ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา