คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งให้สืบพยานจำเลยในฐานะพยานโจทก์และจำเลยพร้อมกันได้ เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยรวดเร็วและเป็นธรรม
* การอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ทำพร้อมกับการอุทธรณ์คำพิพากษา สามารถรวมไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์หรือคำแก้อุทธรณ์ฉบับเดียวกันได้ และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยรวมกันได้
* การที่คู่ความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลเรื่องลำดับการสืบพยานและแถลงไม่สืบพยาน ไม่ถือเป็นกรณีที่ศาลปฏิเสธไม่สืบพยานตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งของศาลที่ให้สืบตัวจำเลยในฐานะเป็นพยานของโจทก์และจำเลยพร้อมกัน หลังจากที่โจทก์นำสืบพยานโจทก์คนอื่นๆหมดแล้วนั้น หาใช่คำสั่งที่ไม่ให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานไม่ แต่เป็นคำสั่งที่ศาลใช้ดุลพินิจสั่งตามหน้าที่ที่เป็นผู้ควบคุมการพิจารณาคดีให้รวดเร็วและเที่ยงธรรม เป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว
การอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งทำพร้อมกับการอุทธรณ์คำพิพากษา ชอบที่จะทำรวมกันมาในคำฟ้องอุทธรณ์หรือในคำแก้อุทธรณ์ฉบับเดียวกันแล้วแต่กรณี ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจฉัยปัญหาทั้งหมดนั้นรวมในคำพิพากษาฉบับเดียวกันได้ไม่ขัดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 239 เพราะมาตรานี้ใช้สำหรับกรณีที่อุทธรณ์คำสั่ง โดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ชี้ขาดตัดสินคดีแล้วเท่านั้น
การที่คู่ความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลในเรื่องลำดับของการนำพยานเข้าสืบ จึงแถลงว่าไม่สืบพยานเช่นนี้ไม่ใช่กรณีที่ศาลปฏิเสธไม่สืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าบำเหน็จเนื่องจากเป็นนายหน้าขายบ้านให้จำเลยสำเร็จ
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่เคยตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้า
ในการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานโจทก์และขอให้เรียกจำเลยมาเบิกความเป็นพยานโจทก์ปากที่สอง จำเลยคัดค้านศาลจึงสั่งว่าให้สืบพยานคนอื่น ๆ ของโจทก์ให้หมดเสียก่อนแล้วจึงให้สืบตัวจำเลยในฐานะพยานโจทก์และพยานจำเลยไปพร้อมกันโจทก์กลับแถลงว่าโจทก์ไม่ขอสืบพยานคนอื่น ๆ ก่อน เพราะจะทำให้เสียเปรียบ จำเลยจึงแถลงว่าไม่ขอสืบพยานเหมือนกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้สืบตัวจำเลยในฐานะเป็นพยานโจทก์จำเลยพร้อมกันหลังจากที่โจทก์นำสืบพยานโจทก์คนอื่น ๆ หมดแล้วนั้น หาใช่คำสั่งที่ไม่ให้โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานไม่ แต่เป็นคำสั่งที่ศาลใช้ดุลพินิจสั่งตามหน้าที่ที่เป็นผู้ควบคุมการพิจารณาคดีให้รวดเร็วและเที่ยงธรรมคำสั่งนี้ชอบแล้ว
การอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งทำพร้อมกับการอุทธรณ์คำพิพากษานั้น ชอบที่จะทำรวมกันมาในคำฟ้องอุทธรณ์หรือในคำแก้อุทธรณ์ฉบับเดียวกันแล้วแต่กรณี และศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจฉัยปัญหาทั้งหมดนั้นรวมในคำพิพากษาฉบับเดียวกันได้ ไม่เป็นการขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 239 เพราะมาตรานี้เป็นบทบัญญัติสำหรับกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งโดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ชี้ขาดตัดสินคดีเท่านั้น
การที่คู่ความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลในเรื่องลำดับของการนำพยานเข้าสืบ จึงแถลงว่าไม่สืบพยานเช่นนี้ ไม่ใช่กรณีที่ศาลปฏิเสธไม่สืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2512
นางเชื้อ หรือตุ๊ พวงคำ โจทก์
นางประภา วิเชียรแสน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเชื้อ หรือตุ๊ พวงคำ · จำเลย - นางประภา วิเชียรแสน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา