คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เชื่อว่าความผิดได้เกิดขึ้น พนักงานสอบสวนผู้นั้นย่อมมีอำนาจสอบสวนได้ แม้ข้อเท็จจริงภายหลังจะปรากฏว่าความผิดได้เกิดขึ้นในท้องที่อื่นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยถูกกล่าวหาในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้บริษัทผู้เสียหายในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง แต่เมื่อบริษัทผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรักโดยอ้างว่า จำเลยออกเช็คพิพาทให้บริษัทผู้เสียหายในท้องที่อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร และพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรักเชื่อเช่นนั้น พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรักย่อมมีอำนาจสอบสวนความผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 วรรค 2 และเมื่อสอบสวนแล้ว พนักงานอัยการย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้บริษัทผู้เสียหายโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมอบเช็คพิพาทให้บริษัทผู้เสียหายในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรักจึงไม่มีอำนาจสอบสวน และถือว่าคดีนี้ยังไม่มีการสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรักมีเหตุผลสมควรที่จะอ้างหรือเชื่อได้ว่า เหตุคดีนี้เกิดในท้องที่ของตน การสอบสวนจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้องหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมอบเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าแก่นางสาวอรุณี พนักงานของบริษัทผู้เสียหาย บริษัทผู้เสียหายนำเช็คพิพาทไปขึ้นเงินไม่ได้ จึงมอบอำนาจให้นายโชคไปร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยที่สถานีตำรวจนครบาลบางรัก นางสาวอรุณีเข้าใจว่าเมื่อรับเช็คพิพาทจากจำเลยที่ถนนจักรเพชร ตำบลพระราชวัง อำเภอพระนคร แล้วต้องส่งไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทผู้เสียหาย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลสุริวงศ์ อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร เลยถือว่าสำนักงานใหญ่เป็นผู้รับเช็ค นางสาวอรุณีและนายโชคให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรักว่า จำเลยมอบเช็คพิพาทให้ ณ ที่ทำงานของบริษัทเฮิกซ์ไทย จำกัด ผู้เสียหาย ตำบลสุริวงศ์ อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร นับเป็นเหตุผลสมควรที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางรักจะเชื่อว่าความผิดได้เกิดในเขตอำเภอของตน จึงทำการสอบสวนความผิดนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘ วรรค ๒ การสอบสวนดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ถือได้ว่ามีการสอบสวนความผิดนี้แล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๐
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2513
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายประสาร เบญจตานนท์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายประสาร เบญจตานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ ภู่งาม · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายบัณฑิต พรหมบุญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท บริรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา