คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงที่คู่ความท้ากันไม่ปรากฏตามสภาพความเป็นจริง ศาลย่อมต้องสืบพยานต่อไปตามประเด็นเดิมแห่งคดี
ย่อคำพิพากษา
คู่ความตกลงท้ากันว่า ถ้ามีคันนาด้านตะวันออกของที่พิพาทยาวเกินกว่า 15 วา โจทก์ยอมแพ้คดี ถ้าไม่เกิน 15 วา จำเลยยอมแพ้ โดยไม่ติดใจสืบพยานกันต่อไป ครั้นศาลไปตรวจดู ปรากฏว่าเขตที่พิพาทด้านนั้นเป็นนาเรียบราบ มีรอยไถด้วยรถและมีรอยคนเดิน และมีกอหญ้าเป็นแนวอยู่เป็นระยะ ๆ เมื่อไม่มีคันนาจะวัดความยาวเพื่อชี้ขาดตัดสินคดีตามที่คู่ความท้ากันดังนี้ ก็ต้องสืบพยานกันต่อไปตามประเด็นเดิมแห่งคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ เป็นเรื่องพิพาทกันว่าที่ดินเป็นของโจทก์หรือของจำเลย ในระหว่างที่โจทก์เบิกความ โจทก์จำเลยตกลงท้ากันว่า ถ้ามีคันนาด้านตะวันออกของที่พิพาทยาวเกินกว่า ๑๕ วา โจทก์ยอมแพ้คดี ถ้าไม่เกิน ๑๕ วา จำเลยยอมแพ้โดยไม่ติดใจสืบพยานกันต่อไป ขอให้ศาลไปดูคันนา ศาลชั้นต้นไปตรวจดูแนวเขตที่พิพาทแล้วบันทึกไว้ว่า ถึงเขตที่พิพาทด้านตะวันออกเป็นนาเรียบราบ มีรอยไถด้วยรถ ตรงแนวเขตที่พิพาทเป็นรอยคนเดิน บางแห่งมีกอหญ้าขึ้นอยู่บนดินซึ่งไม่มีรอยไถเป็นระยะ ๆ จำเลยชี้ว่าแนวทางเดินและแนวหญ้าเป็นคันนาเดิม ซึ่งถูกรถไถนาไถราบหมดแล้ว โจทก์ว่าไม่มีคันนา และทางเดินเดินบนรอยรถไถ แนวหญ้าก็ไม่ใช่คันนา ศาลได้ตรวจดูสถานที่พิพาททั้งหมด ด้านทิศเหนือของที่พิพาทมีคันนาใหญ่เห็นได้ชัด ต่อจากที่พิพาทไปทางทิศเหนือตามแนวเขตด้านตะวันออกก็มีคันนาใหญ่เห็นได้ชัด ที่นาใกล้เคียงที่พิพาทก็มีคันนาใหญ่อยู่ทั่วไป จำเลยชี้ให้วัดตรงแนวเขตตะวันออกของที่พิพาท ศาลได้ตรวจดูแล้ว เห็นว่าเป็นแนวซึ่งมิได้ถูกรถไถอยู่บ้าง และมีขอบด้านหนึ่งซึ่งอาจจะเกิดจากรถไถหรือเป็นแนวคันนาเดิม สูงกว่าพื้นราบเล็กน้อย จำเลยว่าเป็นคันนาเดิม ศาลได้ให้วัดแล้ว มีอยู่ ๓ ตอน ตอนหนึ่ง ๑๙ เมตร ตอนหนึ่ง ๓ เมตร อีกตอนหนึ่ง ๙ เมตร โจทก์ว่าเป็นสภาพที่ซึ่งรถไถมิได้ไถกันเท่านั้น
ดังนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม่มีคันนาตามที่ท้ากัน จึงพิพากษาให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อไม่ปรากฏแน่ชัดว่ามีคันนาที่จะให้วัดความยาวได้ตามคำท้าของคู่ความ คดีก็ไม่มีทางที่จะชี้ขาดตัดสินไปตามคำท้าได้ จำต้องสืบพยานไปตามประเด็นแห่งคดีต่อไป พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาฟังคำพยานโจทก์จำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แนวเขตที่พิพาทมีคันนาอยู่หรือไม่ คู่ความยังโต้เถียงกัน ศาลชั้นต้นก็วินิจฉัยว่าไม่มีคันนาตามที่ท้ากัน ที่โจทก์ฎีกาว่าไม่มีคันนาจะวัด ความยาวของคันนาจึงมีค่าเท่ากับศูนย์หรือเท่ากับไม่มีคันนายาวเกินกว่า ๑๕ วา จึงสมคำท้าของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เท่ากับศูนย์หรือเท่ากับไม่มีคันนายาวเกินกว่า ๑๕ วา จึงสมคำท้าของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ถูกต้อง เมื่อปรากฏว่าไม่มีคันนาจะวัดความยาวเพื่อชี้ขาดตัดสินคีดตามที่คู่ความท้ากัน ก็ต้องพิจารณาสืบพยานต่อไปตามประเด็นแห่งคดีเดิม ประเด็นที่ท้ากันเป็นอันยกเลิก
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2513
นายยิ้ม คงตุก โจทก์
นายดำ สุวรรณมุก ที่ 1 นายสง กำลังเกื้อ ที่ 2 นายมด แก้วมี ที่ 3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยิ้ม คงตุก · ล. - นายดำ สุวรรณมุก ที่ 1 นายสง กำลังเกื้อ ที่ 2 นายมด แก้วมี ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท สุคนธมาน · ถาวร หุตะโกวิท · อุทัย ศุภนิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายชอบ คงสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม จันทร์กลัด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา