คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1648/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีหนังสือแจ้งการครอบครอง (ส.ค.1) หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในที่ดิน หากที่ดินนั้นเป็นทางสาธารณะ.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ เพราะมีหนังสือแจ้งการครอบครอง(ส.ค.1) และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เป็นพยานหลักฐานจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะ แผนที่ที่ดินที่ปรากฏตามสำเนา ส.ค.1 และ น.ส.3 ท้ายฟ้องโจทก์ยังไม่ถูกต้อง เพราะความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ เป็นการตั้งประเด็นโต้แย้งโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ กับปฏิเสธแผนที่ตามสำเนา ส.ค.1 และ น.ส.3ท้ายฟ้องโจทก์ว่า ยังไม่ถูกต้อง จึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยเพียงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์จริงดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงต้องเป็นฝ่ายนำสืบก่อน
ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนหรือทางสาธารณะ แม้โจทก์จะแจ้งการครอบครองหรือมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินแปลงหมายเลข ๑-๒ตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมาย สั่งห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องต่อไป
จำเลยให้การสู้คดี
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ที่ดินแปลงหมายเลข ๒ เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องต่อไป
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าที่พิพาท (ที่ดินแปลงหมายเลข ๑) เป็นของโจทก์เพราะมีหนังสือแจ้งการครอบครอง (ส.ค.๑)และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) เป็นพยานหลักฐาน ฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นทางสาธารณะ แผนที่ที่ดินที่ปรากฏตามสำเนา ส.ค.๑ และ น.ส.๓ ท้ายฟ้องโจทก์ยังไม่ถูกต้อง เพราะความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ เป็นการตั้งประเด็นโต้แย้งโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ กับปฏิเสธแผนที่ตามสำเนาส.ค.๑ กับ น.ส.๓ ท้ายฟ้องโจทก์ว่า ยังไม่ถูกต้อง จึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยเพียงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์จริงดังโจทก์ฟ้องหรือไม่เท่านั้นโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จึงต้องเป็นฝ่ายนำสืบก่อน
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาท เป็นส่วนหนึ่งของถนนหรือทางสาธารณะ แม้โจทก์จะได้แจ้งการครอบครองหรือมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้ ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ที่จะอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้ เพราะเป็นการจับจองทับถนนหรือทางสาธารณะรายนี้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1648/2513
นายนาท บินตำมะหงง โจทก์
นายเติมศักดิ์ สมันตรัฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนาท บินตำมะหงง · จำเลย - นายเติมศักดิ์ สมันตรัฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ · อุทัย ศุภนิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสตูล - นายน้อม ศรีสรรพางค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุขุม จันทวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา