⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 291/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุตรชำระหนี้แทนบิดามารดาเป็นหน้าที่ทางศีลธรรม ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงนิติกรรมการยกให้โดยเสน่หาให้เป็นนิติกรรมมีค่าตอบแทน และการโอนทรัพย์สินโดยเสน่หาซึ่งเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ย่อมเป็นเหตุให้เจ้าหนี้ขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

นิติกรรมการโอนที่ดินรายพิพาทให้ผู้ร้องได้ทำเป็นการยกให้โดยเสน่หา ดังนี้ ที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ชำระหนี้แทนบิดาและจำเลยผู้โอนซึ่งเป็นมารดา จะถือว่าเป็นค่าตอบแทนโดยตรงหาได้ไม่ การที่บุตรชำระหนี้แทนบิดามารดาเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมประการหนึ่ง ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงประเภทนิติกรรมให้เป็นอื่นไปได้ ฉะนั้น การที่จำเลยโอนที่ดินรายพิพาทให้ผู้ร้องเพียงแต่จำเลยและสามีรู้ฝ่ายเดียวว่า เป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบก็พอแล้วที่จะเพิกถอนการโอนได้ ข้อที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยยังมีที่ดินอีกแปลงหนึ่ง ก็ปรากฏว่าจำเลยมีเจ้าหนี้อื่นอีกหลายราย บางรายก็ยังฟ้องร้องอยู่ ราคาที่ดินที่ว่าก็ยังโต้เถียงกันไม่แน่ว่าทรัพย์สินของจำเลยจะพอชำระหนี้ครบถ้วนหรือไม่ ดังนี้ ถือว่าการที่จำเลยโอนที่ดินให้ผู้ร้อง เป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.314 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยทำสัญญายอมความใช้เงินให้โจทก์ตามฟ้องแล้วไม่ชำระ โจทก์จึงนำยึดที่บ้าน ๑ แปลงพร้อมเรือน ๑ หลัง กับที่ดินสวนยาง ๒ แปลง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์อ้างว่าเป็นของผู้ร้องได้รับการยกให้จากบิดามารดาคือ นายล้อมและจำเลย ได้จดทะเบียนสิทธิโดยผู้ร้องได้ชำระหนี้ไถ่ถอนการจำนองและหนี้รายอื่น เป็นการรับโอนโดยมีค่าตอบแทน โจทก์คัดค้านว่า เป็นของจำเลย ฯลฯ ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นิติกรรมการโอนที่ดินรายพิพาททั้ง ๓ แปลงให้ผู้ร้องนั้นได้ทำเป็นการยกให้โดยเสน่หา ที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ชำระหนี้แทนบิดามารดาไปนั้น จะถือว่าเป็นค่าตอบแทนโดยตรงหาได้ไม่ การที่บุตรชำระหนี้แทนบิดามารดาเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมประการหนึ่ง หามีผลเปลี่ยนแปลงประเภทของนิติกรรมให้เป็นอื่นไปได้ไม่ เมื่อเป็นเช่นนั้นการโอนที่ดินบ้านเรือน ให้ผู้ร้องเพียงแต่จำเลยและสามีรู้ฝ่ายเดียวว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบก็พอแล้ว ที่จะเพิกถอนการโอนนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๓๗ ข้อที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเลยยังมีที่ดินอีกแปลงหนึ่งราคาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็ปรากฏว่าจำเลยมีเจ้าหนี้อื่นอีกหลายราย บางรายก็ยังฟ้องร้องอยู่ นอกจากนั้นราคาที่ดินที่ว่านั้นก็ยังโต้เถียงกัน ไม่แน่ว่าทรัพย์สินของจำเลยจะพอชำระหนี้ได้ครบถ้วนหรือไม่ ตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าการโอนที่ดินให้ผู้ร้องเป็นทางให้โจทก์เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2513 นางสี ปานพงษ์ โจทก์ นางนวล รอดพล จำเลย นายปลอบ รอดพล ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสี ปานพงษ์ · จำเลย - นางนวล รอดพล · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายปลอบ รอดพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · แสวง ลัดพลี · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายก้าน อันนานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ อิศระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 1111/2494ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1247/2510ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1492/2510ฎีกา 541/2509ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1902/2494ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 635/2511ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506ฎีกา 310/2534ฎีกา 663/2488ฎีกา 1008/2510ฎีกา 2564/2546ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา