คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายสัตว์พาหนะที่ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือเป็นโมฆะ กรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของผู้ขาย
ผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบ ต้องเป็นเจ้าของอันแท้จริงในขณะที่ถูกริบ
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องซื้อกระบือจากผู้ขาย แม้จะได้ชำระเงินไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การซื้อขายตกเป็นโมฆะ กระบือยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายอยู่
ผู้ที่จะเสนอคดีต่อศาลให้ศาลสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วจะต้องเป็นเจ้าของอันแท้จริง เมื่อผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของอันแท้จริงแล้วจะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งคืนกระบือของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำการชักลากทำไม้และมีไม้ไว้ในครอบครองซึ่งไม้สัก ๑ ท่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมด้วยไม้สัก ๑ ท่อน กระบือ ๒ ตัว เกวียน ๑ เล่ม ชะแลง ๒ อัน โซ่เหล็ก ๑ เส้นอันเป็นสัตว์พาหนะและเครื่องมือเครื่องใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก ๖ เดือนลดกึ่งตาม มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ เดือน ให้รอโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๓ ปีของกลางริบ
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ของกลางนอกจากไม้สักที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้องจำเลยยืมไปชักลากไม้ซางแล้วนำไปชักลากไม้สักโดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยขอให้สั่งคืนผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งคืนเกวียน ๑ เล่ม กระบือตัวชื่อบานชะแลง ๒ อัน โซ่เหล็ก ๑ เส้น ให้ผู้ร้อง ส่วนกระบือชื่อปั๊ดนั้น ฟังไม่ได้ว่าเป็นของผู้ร้อง ให้ยกเสีย
ผู้ร้องอุทธรณ์ ขอให้ส่งกระบือตัวชื่อปั๊ดให้ผู้ร้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องซื้อกระบือตัวชื่อปั๊ดจากนายคำน้อยราคา๑,๖๐๐ บาท ชำระแล้ว ๘๐๐ บาท แต่ยังไม่ได้ทำหนังสือจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน แม้จะยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อได้ความว่าผู้ร้องครอบครองกระบือตัวนี้อยู่ ผู้ร้องย่อมมีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๖๗ และจึงอยู่ในฐานะเจ้าของ เมื่อผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย จึงมีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนกระบือของกลางแก่ผู้ร้องพิพากษาแก้ให้คืนกระบือตัวชื่อปั๊ดให้ผู้ร้อง
โจทก์ฎีกาขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอคืนกระบือของกลางที่ชื่อปั๊ดเสีย
ศาลฎีกาเห็นว่า ตั๋วพิมพ์รูปพรรณกระบือมีชื่อนายคำน้อยเป็นเจ้าของนายคำน้อยขายกระบือแก่ผู้ร้องชำระเงินแล้ว ๘๐๐ บาท ตกลงกันว่าชำระหมดแล้วจึงจะโอนตั๋วพิมพ์รูปพรรณกระบือให้ แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้โอนเพราะอยู่ระหว่างคดี ตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๔ บัญญัติว่าการโอนกรรมสิทธิ์สัตว์พาหนะจะต้องสลักหลังตั๋วรูปพรรณโอนกรรมสิทธิ์โดยนายทะเบียนจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ บัญญัติว่า การซื้อขายสัตว์พาหนะจะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ฉะนั้น เมื่อยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์กระบือของกลางตัวที่ชื่อปั๊ดจึงยังเป็นของนายคำน้อยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖บัญญัติไว้แจ้งชัดว่า ผู้ที่จะเสนอต่อศาลให้ศาลสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบแล้ว ต้องเป็นเจ้าของอันแท้จริง เมื่อผู้ร้องมิใช่เจ้าของอันแท้จริง แล้วจะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งคืนกระบือของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วตัวที่ชื่อปั๊ดไม่ได้
พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 365/2513
อัยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายจันทร์ จันทร์หอม จำเลย
นายบาง ธิมูลวัฒนากูล ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายจันทร์ จันทร์หอม · ผู้ร้อง - นายบาง ธิมูลวัฒนากูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุปผเวส · ถาวร หุตะโกวิท · จรัญ อิศระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นายไมตรี โมรารตนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุข หงสไกร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา