คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474-475/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้อบกพร่องเล็กน้อยในการกรอกชื่อนิติบุคคลในเอกสาร ไม่มีผลต่อความสมบูรณ์ของนิติกรรม
* การที่คู่ความยอมรับและไม่มีฝ่ายใดโต้แย้งการรับมรดกความ ถือว่าศาลได้อนุญาตโดยปริยาย
* การส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังภูมิลำเนาของจำเลยโดยไม่มีผู้รับ ถือว่าจำเลยได้รับทราบคำบอกกล่าวโดยชอบแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ข้อบกพร่องในการที่เจ้าหน้าที่กรอกชื่อบริษัทโจทก์ร่วมไว้ในทะเบียนการให้และสัญญาซื้อขายขาดคำว่า "จำกัด" ท้ายชื่อไปไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมที่ทำขึ้น
ภริยาจำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นยอมรับเป็นผู้รับมรดกความแทนจำเลย และได้รับความยินยอมจากคู่ความ ทั้งไม่มีฝ่ายใดโต้แย้งในการที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ภริยาจำเลยเข้ารับมรดกความ แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้สั่งอย่างใด ถือได้ว่าอนุญาตให้เป็นไปตามที่ภริยาจำเลยยอมรับจึงไม่ชอบที่ภริยาจำเลยจะรื้อฟื้นขึ้นอ้างว่าศาลอุทธรณ์ยังมิได้มีคำสั่งในเรื่องนี้อีก
เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าของทนายโจทก์ถึงจำเลย ไปยังที่อยู่ของจำเลยถึง 3 ครั้งก็ไม่มีผู้รับ ดังนี้ ถือได้ว่าคำบอกกล่าวเลิกสัญญาของโจทก์มีผลนับแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำส่งไปถึงสถานที่ของจำเลย และจำเลยได้ทราบคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าของโจทก์โดยชอบสัญญาเช่าได้ระงับเลิกไปแล้วจำเลยจึงต้องออกจากตึกพิพาทของโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลล่างพิจารณาพิพากษารวมกันมา โดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนว่าจำเลยต่างเช่าตึกแถวจากบริษัท เอ็น วีฯ ต่อมาบริษัทดังกล่าวขายที่ดินพร้อมตึกที่ให้เช่าให้โจทก์ สัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้สิ้นสุดลง ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ฯลฯ
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การสู้คดีและฟ้องแย้ง และโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง
ก่อนวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นสั่งให้หมายเรียกบริษัทเอ็น วีฯและนายอูมาร์ ฮาซาน นาโกรี เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามคำขอของจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและฟ้องแย้ง
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ในระหว่างอุทธรณ์ นายฮิงเต็กจำเลยตาย ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเบื้องต้นในเรื่องคู่ความแทนที่นายฮิงเต็กจำเลย ศาลชั้นต้นนัดคู่ความและนางมุ่ยอ่าย แซ่โค้ว ภริยานายฮิงเต็กจำเลยพร้อมกัน นางมุ้ยอ่ายรับเป็นผู้รับมรดกความแทนที่นายฮิงเต็กซึ่งเป็นสามี โดยทั้งสองฝ่ายไม่คัดค้านศาลชั้นต้นจึงสั่งให้นางมุ้ยอ่ายเข้ารับมรดกความแทนที่นายฮิงเต็กจำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากตึกพิพาทที่เช่าตามฟ้อง
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำเบิกความของโจทก์ที่ว่า เดิมที่ดินที่ปลูกตึกพิพาทเป็นของเพื่อนแขกของโจทก์ร่วม แล้วได้ยกให้โจทก์ร่วมนั้นปรากฏการยกให้ตามเอกสารหมาย จ.๘ สัญญาให้กรรมสิทธิ์ที่ดินทำที่หอทะเบียนที่ดินจังหวัดพระนครเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ มีชื่อนายอิบราฮิมหะยีบูร์ณโมหะเม็ดเป็นผู้ยกให้ และมีชื่อบริษัทโจทก์ร่วมเป็นผู้รับให้ส่วนสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และบริษัทโจทก์ร่วมตามเอกสารหมายจ.๑๑ คงลงชื่อบริษัทโจทก์ร่วมเป็นผู้ขาย ปรากฏว่าบริษัทโจทก์ร่วมเป็นบริษัทจำกัด ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อบกพร่องในการที่เจ้าหน้าที่กรอกชื่อบริษัทโจทก์ร่วมไว้ในทะเบียนการให้และสัญญาซื้อขาย ขาดคำว่า จำกัดท้ายชื่อไป ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของนิติกรรมที่ทำขึ้นโจทก์ซื้อที่ดินและตึกพิพาทไว้โดยชอบ จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย
นอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นว่า การที่นางมุ้ยอ่ายภริยาของนายฮิงเต็กจำเลยซึ่งครอบครองตึกพิพาทร่วมกับนายฮิงเต็กจำเลย และครอบครองอยู่ต่อมากับบุตรในฐานะทายาทโดยธรรม แถลงต่อศาลชั้นต้นยอมรับเป็นผู้รับมรดกความแทนนายฮิงเต็กจำเลย และได้รับความยินยอมจากคู่ความทั้งไม่มีฝ่ายใดโต้แย้งในการที่ศาลชั้นต้นสั่งให้นางมุ้ยอ่ายเข้ารับมรดกความแทนนายฮิงเต็กจำเลยแม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้สั่งอย่างใดถือได้ว่าอนุญาตให้เป็นไปตามที่นางมุ้ยอ่ายยอมรับ จึงไม่ชอบที่นางมุ้ยอ่ายหรือจำเลยจะรื้อฟื้นขึ้นอ้างว่าศาลอุทธรณ์ยังมิได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ขึ้นอีกศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า ทนายโจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าถึงจำเลยตามเอกสารหมาย จ.๑๔ จ.๑๕ ส่งทางไปรษณีย์จ่าหน้าซองถึงที่อยู่ของจำเลยที่ตึกพิพาทเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำส่งถึง ๓ ครั้ง ก็ไม่มีผู้รับแสดงว่าจำเลยรู้อยู่ว่าเป็นหนังสือบอกเลิกการเช่าจึงไม่ยอมรับ ถือได้ว่าคำบอกกล่าวเลิกการเช่าของโจทก์มีผลนับแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์นำไปส่งถึงสถานที่อยู่ของจำเลย และจำเลยได้ทราบคำบอกกล่าวเลิกการเช่าของโจทก์แล้วโดยชอบ สัญญาเช่าได้ระงับเลิกไปแล้ว จำเลยจึงต้องออกจากตึกพิพาทของโจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474 - 475/2513
นายสุธัม ชัยพานิช โจทก์
บริษัทเอ็น วี แฮนเดล เอ็น เอกซปลอย เตตี แมทแชบบี้ เอ็ม วี ปาเต็ล จำกัด
และนายอูมาร์ ฮาซาน นาโกรี โจทก์ร่วม
นายฮิงเต็ก แซ่ตั้ง จำเลย
นายสุธัม ชัยพานิช โจทก์
บริษัทเอ็น วี แฮนเดล เอ็น เอกซปลอย เตตี แมทแชบบี้ เอ็ม วี ปาเต็ล จำกัด
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุธัม ชัยพานิช · จำกัด - บริษัทเอ็น วี แฮนเดล เอ็น เอกซปลอย เตตี แมทแชบบี้ เอ็ม วี ปาเต็ล · โจทก์ร่วม - และนายอูมาร์ ฮาซาน นาโกรี · จำเลย - นายฮิงเต็ก แซ่ตั้ง · โจทก์ - นายสุธัม ชัยพานิช · จำกัด - บริษัทเอ็น วี แฮนเดล เอ็น เอกซปลอย เตตี แมทแชบบี้ เอ็ม วี ปาเต็ล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสลา หัมพานนท์ · สุธี โรจนธรรม · ชวน พูนคำ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายแถม สุรทิณฑ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา