⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 657/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่สำรวจที่ดิน หากเรียกขืนใจให้ผู้เสียหายมอบเงินให้ ถือเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ส่วนผู้ที่มิได้มีหน้าที่ดังกล่าวแต่ร่วมกระทำผิดด้วย จะมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1, 5, 6, 7 และ 8 ได้ร่วมกันเรียกร้องเงินจากผู้เสียหายจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้รับแต่งตั้งจากทางการให้มีหน้าที่สำรวจที่ดิน เมื่อจำเลยที่ 1 เรียกร้องขืนใจให้ผู้เสียหายที่มาแจ้งการสำรวจที่ดินมอบเงินให้ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148ส่วนจำเลยที่ 5, 6, 7 และ 8 มิได้มีหน้าที่ในการสำรวจที่ดินด้วยจึงมีความผิดเพียงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ประกอบด้วยมาตรา 86

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองหอย จำเลยที่ ๒เป็นสารวัตรกำนันตำบลจรเข้ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวนาจำเลยที่ ๔ เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านจรเข้ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จดสำรวจรายชื่อเจ้าของที่ดินและจำนวนที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ จำเลยที่ ๕ ที่ ๖เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองหอย จำเลยที่ ๗ ที่ ๘ เป็นราษฎรหมู่บ้านเดียวกัน จำเลยทั้งหมดได้สมคบกันเรียกร้องเอาเงินจากผู้เสียหายหากไม่ยอมให้เงินจำเลยจะไม่ทำการสำรวจที่ดินให้ ผู้เสียหายกับพวกเกรงว่าจำเลยจะไม่ทำการสำรวจที่ดินให้ จึงยอมมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้ไปแล้วจำเลยได้นำเงินนั้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต ซึ่งความจริงทางราชการมิได้สั่งให้จำเลยเรียกเก็บในการสำรวจครั้งนี้แต่อย่างใด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๔๙ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๕ และขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๕๔ บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย นายจันทร์ คุณมั่น และนายอ่าง ผาบุญมี ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ได้ร่วมกันเรียกร้องเก็บเงินจากผู้เสียหายในคดีนี้จริง โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ใหญ่บ้านได้รับแต่งตั้งจากทางราชการให้มีหน้าที่สำรวจที่ดิน จำเลยที่ ๕ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ ไม่มีหน้าที่ในการสำรวจที่ดิน จึงเป็นเพียงผู้สนับสนุนในการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ให้จำคุก ๕ ปี จำเลยที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘มีความผิดเพียงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ ที่แก้ไขแล้ว ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ให้ลงโทษจำคุกคนละ ๓ ปี ๔ เดือน ที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน๑๕๔ บาทแก่เจ้าทรัพย์นั้นคดีไม่ใช่ความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจเรียกทรัพย์คืนแทนผู้เสียหายได้ จึงให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อนี้ ส่วนจำเลยที่ ๒ ที่ ๓และที่ ๔ พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าได้ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ด้วยให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ เรียกร้องเอาเงินจากผู้เสียหายในการรับแจ้งสำรวจที่ดิน แต่มีราษฎรมาแจ้งการสำรวจที่ดินบางคนออกเงินคนละเล็กน้อยช่วยเหลือเป็นค่าอาหารเลี้ยงดูเจ้าหน้าที่ที่ทำการสำรวจที่ดินโดยจำเลยมิได้เรียกร้อง และได้ใช้จ่ายไปในการนั้นหมด ไม่ได้นำไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว พฤติการณ์ดังกล่าวฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เรียกร้องเอาเงินจากผู้เสียหายไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยสุจริตดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ ได้ร่วมกันเรียกร้องเงินจากผู้เสียหายในคดีนี้จริงตามฟ้อง สำหรับจำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้รับแต่งตั้งจากทางการให้มีหน้าที่สำรวจที่ดิน เมื่อจำเลยที่ ๑เรียกร้องขืนใจให้ผู้เสียหายที่มาแจ้งการสำรวจที่ดินมอบเงินให้เช่นนี้จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ ส่วนจำเลยที่ ๕ ที่ ๖ ที่ ๗ ที่ ๘มิได้มีหน้าที่ในการสำรวจที่ดินรายนี้ด้วย จึงมีความผิดเพียงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2513 อัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายจันทร์ คุณมั่น ที่ 1 นายอ่าง ผาบุญมี ที่ 2 โจทก์ร่วม นายสังเวียน พุฒละ กับพวกรวม 8 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดขอนแก่น · โจทก์ร่วม - นายจันทร์ คุณมั่น ที่ 1 นายอ่าง ผาบุญมี ที่ 2 · จำเลย - นายสังเวียน พุฒละ กับพวกรวม 8 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ศริ มลิลา · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายสหัส ดิลกแพทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1279/2508ฎีกา 3431-3433/2526ฎีกา 173/2510ฎีกา 4182/2530ฎีกา 6377/2549ฎีกา 4040/2567ฎีกา 2389/2547ฎีกา 1075/2506ฎีกา 5146/2558ฎีกา 129/2544ฎีกา 2322/2548ฎีกา 2581/2548ฎีกา 6215/2556ฎีกา 4789/2565ฎีกา 3555/2568ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 5299/2533ฎีกา 2700/2565ฎีกา 2299/2532ฎีกา 5865/2555ฎีกา 5973/2537ฎีกา 712/2559ฎีกา 955/2512ฎีกา 1090/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา