คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่หุ้นส่วนผู้จัดการทำหนังสือรับสภาพหนี้และประนีประนอมยอมความให้แก่เจ้าหนี้ ถือเป็นการรับผิดของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
* กฎหมายวิธีพิจารณาความไม่ได้บังคับให้โจทก์ต้องแสดงใบรับเงินค่าจ้างทนายความมาพร้อมกับการฟ้องคดี
* ศาลมีอำนาจปรับลดเบี้ยปรับค่าจ้างทนายความได้ หากเห็นว่าจำนวนเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วน
* ข้อต่อสู้ที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย เว้นแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลทำหนังสือรับสภาพหนี้และประนีประนอมยอมความให้โจทก์เมื่อวันที่27 กุมภาพันธ์ 2506 โจทก์ฟ้องคดี พ.ศ. 2507 จึงไม่ขาดอายุความ
ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความไม่ได้บังคับว่าโจทก์ต้องแสดงใบรับเงินค่าจ้างทนายมาพร้อมฟ้อง
หนังสือสัญญารับสภาพหนี้และยอมความมีใจความว่าถ้าลูกหนี้ผิดนัดยอมให้เจ้าหนี้ฟ้อง ลูกหนี้ยอมใช้ค่าเสียหายที่เจ้าหนี้จ่ายเป็นค่าจ้างทนายความตามที่จ้างจริง โดยตกลงกำหนดเบี้ยปรับสำหรับค่าจ้างไว้เป็นเงิน 4,500 บาท หนี้สินรายนี้มีจำนวน 22,340 บาทนับว่าสูงเกินส่วน แม้โจทก์จ่ายเงินไปแล้วจริง 4,500 บาทก็เป็นเรื่องที่โจทก์ตกลงว่าจ้างแพงเกินควรที่จะให้จำเลยรับผิดศาลฎีกาเห็นควรลดเบี้ยปรับค่าจ้างทนายลงเหลือ 2,500 บาท
ฎีกาที่ว่า ข้อตกลงเรื่องให้จำเลยเสียค่าทนาย 4,500 บาทเป็นข้อตกลงที่ใช้บังคับกันไม่ได้ เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น จำเลยไม่ได้ยกขึ้นว่าในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์และไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเข้าหุ้นส่วนเป็นเจ้าของโรงงานผลิตกระเบื้องจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการได้ซื้อไม้ฟืนจากโจทก์ไปใช้ในกิจการหุ้นส่วนหลายคราวติดค้างค่าไม้ฟืนเรื่อยมา เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้จัดการตกลงรับสภาพหนี้และประนีประนอมยอมความต่อโจทก์ว่าได้ติดค้างค่าไม้ฟืนอยู่ ๒๒,๓๔๐ บาท จะชำระเสร็จภายใน ๓ เดือน ตกลงยอมใช้ค่าเสียหายเป็นเงินค่าใช้จ่ายจ้างทนายแก่โจทก์ตามที่จ้างจริง โดยกำหนดเป็นเบี้ยปรับเฉพาะค่าทนายเป็นเงิน ๔,๕๐๐ บาท จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์เสียเงินค่าจ้างทนายฟ้องคดีนี้ ๔,๕๐๐ บาท ขอให้จำเลยร่วมกันใช้เงินและดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง๓๑,๗๕๙ บาท ฯลฯ
จำเลยที่ ๑ ให้การรับว่าเป็นความจริงตามฟ้อง
จำเลยที่ ๒ ให้การว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ เป็นเพียงลูกจ้าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2513
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสมนึกพาณิชย์ โจทก์
นายไหเม้ง แซ่เล็ก ที่ 1 นายกุยฮวง แซ่เล็ก ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสมนึกพาณิชย์ · จำเลย - นายไหเม้ง แซ่เล็ก ที่ 1 นายกุยฮวง แซ่เล็ก ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โกวิท ถิระวัฒน์ · วินัย ทองลงยา · อัศนี เกาไศยนันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - นายบำรุง ชมพูบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา