⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 791/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นภายหลังการผิดสัญญา ไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อยกเว้นความรับผิดตามสัญญาได้ * ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากการผิดสัญญา มีวัตถุประสงค์เพื่อชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแก่ฝ่ายที่สุจริตเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการค้ากำไร * เบี้ยปรับที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหาย และหากสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงได้ * เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายเต็มจำนวนแล้ว โจทก์จะเรียกเบี้ยปรับอีกไม่ได้ เพราะจะถือเป็นการเรียกร้องนอกเหนือความเสียหายที่แท้จริง * การที่โจทก์เลือกซื้อสินค้าจากผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ ไม่ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

เหตุสุดวิสัยที่จำเลยอ้างมานั้นเกิดขึ้นภายหลังจากที่จำเลยผิดสัญญาส่งเหล็กให้แก่โจทก์แล้วประมาณ 7 เดือน จำเลยอ้างเหตุนี้ขึ้นเป็นข้อแก้ตัวเพื่อจะไม่ต้องรับผิดตามสัญญาหาได้ไม่ การให้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในกรณีผิดสัญญานั้น ก็เพื่อที่จะชดใช้และให้ความพอใจแก่ฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาสำหรับความเสียหายที่ฝ่ายนั้นได้รับจริง ๆ กฎหมายไม่ประสงค์ให้มีการค้ากำไรในการผิดสัญญา เบี้ยปรับนั้นก็คือค่าเสียหายที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้านั่นเองเบี้ยปรับจึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหาย โดยเหตุนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383 จึงบัญญัติไว้ว่า ถ้าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงก็ได้และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรคสอง ก็บัญญัติไว้ว่าให้เจ้าหนี้เรียกค่าเสียหายได้เต็มจำนวนที่เสียไป โดยให้คิดเบี้ยปรับรวมอยู่ในนั้นด้วย คือให้ถือว่าเบี้ยปรับเป็นจำนวนน้อยที่สุดของค่าเสียหาย เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายเต็มจำนวนที่โจทก์ได้รับความเสียหายแล้ว โจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยเสียเบี้ยปรับให้โจทก์อีกไม่ได้เพราะเป็นการเรียกร้องที่นอกเหนือไปจากความเสียหายที่โจทก์ได้รับขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรคสอง จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งของให้โจทก์ตามกำหนด แต่ของที่บริษัท ท.เสนอราคามานั้น มีคุณสมบัติไม่ตรงกับที่โจทก์กำหนดไว้ ส่วนของ ฮ.มีคุณสมบัติตรงกับที่โจทก์กำหนดไว้ ฉะนั้น การที่โจทก์รับซื้อจาก ฮ.จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบปฏิบัติของทางการรถไฟแต่อย่างใดหาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายเหล็กเหนียวให้โจทก์ ๒๔ ท่อนเป็นเงิน ๔๓,๗๒๘ บาท จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งของตามกำหนด จำเลยต้องเสียค่าปรับตามสัญญาให้โจทก์เป็นเงิน ๑๐,๙๓๒ บาท โจทก์ทำสัญญาซื้อเหล็กจากนายฮั่วยัมแพงกว่าที่ซื้อจากจำเลยเป็นเงิน ๓๘,๔๑๙ บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินรวม ๔๙,๓๕๑ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า การที่จำเลยไม่สามารถส่งเหล็กตามสัญญา เกิดจากเหตุสุดวิสัย โดยกรรมกรท่าเรือในประเทศอังกฤษผละงาน ทำให้เหล็กที่จำเลยสั่งซื้อตกค้างอยู่ที่ท่าเรือและหายไป โจทก์ซื้อเหล็กจากนายฮั่วยัมในราคาที่สูง เป็นการไม่ชอบ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินที่โจทก์ซื้อเหล็กแพงขึ้นเป็นเงิน๓๔,๖๑๓.๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยใช้ค่าปรับ ๑๐,๙๓๒ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยส่งเหล็กให้โจทก์ไม่ได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยกรรมกรท่าเรือผละงานไม่สามารถจะขนบรรทุกเรือส่งมาได้ ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุสุดวิสัยที่จำเลยอ้างมานั้นเกิดขึ้นภายหลังจากที่จำเลยผิดสัญญาส่งเหล็กให้แก่โจทก์แล้วประมาณ ๗ เดือน จำเลยอ้างเหตุนี้ขึ้นเป็นข้อแก้ตัวเพื่อจะไม่ต้องรับผิดตามสัญญาหาได้ไม่ ตามสัญญาข้อ ๔ ได้กำหนดจำนวนค่าปรับและค่าเสียหายเต็มจำนวนไว้ล่วงหน้าที่จำเลยจะต้องรับผิดในเมื่อผิดสัญญา ศาลฎีกาเห็นว่า การให้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในกรณีผิดสัญญานั้น ก็เพื่อที่จะชดใช้และให้ความพอใจแก่ฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญาสำหรับความเสียหายที่ฝ่ายนั้นได้รับจริง ๆ กฎหมายไม่ประสงค์ให้มีการค้ากำไรในการผิดสัญญา เบี้ยปรับนั้นก็คือค่าเสียหายที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้านั่นเองเบี้ยปรับจึงเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหาย โดยเหตุนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ จึงบัญญัติไว้ว่า ถ้าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วนศาลจะลดลงก็ได้ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘๐ วรรคสอง ก็บัญญัติไว้ว่า ให้เจ้าหนี้เรียกค่าเสียหายได้เต็มจำนวนที่เสียไป โดยให้คิดเบี้ยปรับรวมอยู่ในนั้นด้วย คือให้ถือว่าเบี้ยปรับเป็นจำนวนน้อยที่สุดของค่าเสียหาย คดีนี้เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายเต็มจำนวนที่โจทก์ได้รับความเสียหายแล้ว โจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยเสียค่าปรับให้โจทก์อีกไม่ได้เพราะเป็นการเรียกร้องที่นอกเหนือไปจากความเสียหายที่โจทก์ได้รับ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๐ วรรคสอง จำเลยฎีกาว่า การซื้อเหล็กจากนายฮั่วยัมเป็นการไม่สุจริต ศาลฎีกาเห็นว่า เหล็กที่บริษัททองไทย (๑๙๕๖) จำกัด เสนอราคามานั้นมีคุณสมบัติไม่ตรงกับที่โจทก์กำหนดไว้ ส่วนของนายฮั่วยัมมีคุณสมบัติตรงกับที่โจทก์กำหนดไว้ ฉะนั้น การที่โจทก์รับซื้อจากนายฮั่วยัมจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบปฏิบัติของทางการรถไฟแต่อย่างใด และหาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามผลแห่งคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2513 การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยพันตรีแสง จุละจาริตต์ ผู้ว่าการรถไฟแห่ง ประเทศไทย โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอ็นยิเนียริ่งซัพพลาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ว่าการรถไฟแห่ง - การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยพันตรีแสง จุละจาริตต์ · โจทก์ - ประเทศไทย · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอ็นยิเนียริ่งซัพพลาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · สว่าง ภูวะปัจฉิม · ฉัตร รัตนทัศนีย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฉันท์ วรวิทย์สัตถญาณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนาะ เอกพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 458/2535ฎีกา 591/2531ฎีกา 1471/2542ฎีกา 2753/2523ฎีกา 1739/1739ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3414/2541ฎีกา 3616/2558ฎีกา 912/2490ฎีกา 233/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 131/2489ฎีกา 246/2522ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 1049/2522ฎีกา 99/2539ฎีกา 960/2485ฎีกา 1410/2525ฎีกา 746/2533ฎีกา 2591/2543ฎีกา 1250/2517ฎีกา 365/2534ฎีกา 7900/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา