⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1119/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของตนควรรับฟังได้ว่าได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว เป็นการโต้เถียงปัญหาข้อเท็จจริง แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโดยระบุว่ารับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ก็ไม่ผูกมัดศาลฎีกาให้วินิจฉัยเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในคำฟ้องฎีกาได้หากคำฟ้องฎีกาไม่ต้องห้ามในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนสร้อยราคา 5,000 บาท ที่ยืมไปหรือให้ใช้ราคาพร้อมทั้งดอกเบี้ยนับจากวันผิดนัดถึงวันฟ้องอีก 560 บาท เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินกว่า 5,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานจำเลยควรรับฟังได้ว่าจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว เป็นการเถียงว่า ควรรับฟังคำพยานอย่างไร จึงเป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคำฟ้องฎีกาของจำเลยไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและศาลชั้นต้นก็สั่งรับฎีกามาแล้ว แม้จะใช้คำว่ารับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม ก็หาได้ผูกมัดศาลฎีกาให้จำต้องถือตามด้วยไม่ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในคำฟ้องฎีกาของจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยืมสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำราคา ๕,๐๐๐ บาท ไปจากโจทก์ กำหนดส่งคืนภายใน ๒๐ เดือน หากส่งคืนให้ไม่ได้ สัญญาจะใช้เงิน ๕,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ ครั้นครบกำหนดส่งคืนจำเลยไม่คืนทรัพย์ที่ยืม ทวงถามแล้ว จำเลยก็เพิกเฉย จึงขอให้จำเลยคืนสร้อยคอและสร้อยข้อมือ หรือใช้เงิน ๕,๐๐๐ บาท และใช้เงินค่าดอกเบี้ยคิดตั้งแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๕๖๐ บาท พร้อมทั้งค่าดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะคืนสร้อยหรือชำระเงินแก่โจทก์เสร็จ จำเลยให้การว่าได้ยืมสร้อยคอและสร้อยข้อมือตามฟ้องไปจากโจทก์จริง แต่จำเลยได้ชำระราคาทรัพย์ที่ยืมให้โจทก์หมดสิ้นแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยชำระราคาทรัพย์ที่ยืมให้โจทก์เพียง ๒,๓๕๐ บาท จำเลยคงเป็นหนี้โจทก์อีก ๒,๖๕๐ บาท พิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน ๒,๖๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่จำเลยผิดนัด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและรับฎีกาจำเลยในประเด็นการรับฟังพยานซึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนสร้อยราคา ๕,๐๐๐ บาท ที่ยืมไปหรือให้ใช้ราคาพร้อมทั้งดอกเบี้ยนับจากวันผิดนัดถึงวันฟ้องอีก ๖๕๐ บาท จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินกว่า ๕,๐๐๐ บาท หาต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ ส่วนที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายในประเด็นการรับฟังพยานนั้น ความจริงจำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานจำเลยควรฟังได้ว่า จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จสิ้นแล้วเป็นการเถียงว่า ควรรับฟังคำพยานอย่างไร เป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อฎีกาจำเลยไม่ต้องห้าม และศาลชั้นต้นก็สั่งรับฎีกามาแล้ว แม้จะใช้คำว่าสั่งรับในปัญหาข้อกฎหมาย ก็หาได้ผูกมัดศาลฎีกาให้จำต้องถือตามไปด้วยไม่ แล้วศาลฎีกาได้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยชำระราคาทรัพย์ที่ยืมให้โจทก์แล้วรวมเป็นเงิน ๒,๖๕๐ บาท คงค้างชำระอยู่อีก ๒,๓๕๐บาท พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์จำนวน ๒,๓๕๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2514 นางศรีบำรุง ชัดสกุล โจทก์ นางสวงศ์ ศรีสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางศรีบำรุง ชัดสกุล · จำเลย - นางสวงศ์ ศรีสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · สุธี โรจนธรรม · ถนอม ครูไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรูญ แย้มงามเหลือ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 891/2510ฎีกา 8108/2542ฎีกา 62/2539ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา