คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละการครอบครองทรัพย์สินให้แก่บุคคลอื่น โดยการส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่บุคคลอื่นแล้ว ถือว่าการครอบครองของบุคคลนั้นสิ้นสุดลง แม้ว่านิติกรรมที่โอนทรัพย์สินนั้นจะเป็นโมฆะก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ครอบครองที่ดินมือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินมีแต่เพียงสิทธิครอบครองหามีกรรมสิทธิ์ไม่ เรือนพิพาทบนที่ดินรายนี้ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดินมือเปล่านั้น เมื่อจำเลยสละการครอบครองที่ดินและเรือนพิพาทให้โจทก์ โดยการขายให้โจทก์แล้วทำสัญญาเช่าจากโจทก์อีกต่อไปเช่นนี้ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377, 1378 เห็นได้ว่าจำเลยเจตนาสละการครอบครองให้โจทก์โดยการส่งมอบทรัพย์ให้แล้ว แม้การซื้อขายไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานเป็นโมฆะก็ตาม เมื่อจำเลยสละและโอนการครอบครองให้โจทก์แล้ว การครอบครองของจำเลยก็หมดสิ้นไปเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไปแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิอยู่ต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๐๕ จำเลยทำสัญญาขายสิทธิครอบครองที่ดินซึ่งอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้าม ๑ แปลงให้โจทก์ ๆ ชำระราคาให้จำเลยแล้ว ต่อมาจำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินแปลงนี้พร้อมด้วยเรือน สัญญาสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อ ได้แจ้งให้จำเลยออกไปแล้ว ไม่ยอมออกขอให้ขับไล่
จำเลยให้การว่า จำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดิน ๒ แปลง ๆ หนึ่งเป็นที่นาอีกแปลงหนึ่งเป็นที่ปลูกบ้าน จำเลยขายสิทธิครอบครองที่นาให้โจทก์ มิได้ขายที่บ้านและเรือน สัญญาซื้อขายทำกันเองมิได้จดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยเช่าเฉพาะที่นามิได้เช่าที่ดินปลูกบ้านกับเรือน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยขายที่พิพาทให้โจทก์จริง ภายในอาณาเขตนี้มีเรือนของจำเลยปลูกอยู่ก่อน เชื่อว่าจำเลยตกลงขายเรือนให้โจทก์แล้วจำเลยเช่าอาศัยอยู่ พิพากษาขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การซื้อขายสิทธิที่ดิน เป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดินรายนี้อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้าม จะซื้อขายกันไม่ได้ สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยเป็นโมฆะโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น พิพากษากลับยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเชื่อว่า จำเลยได้ส่งมอบสิทธิครอบครองที่ดินและบ้านพิพาทให้โจทก์แล้วจำเลยเช่าอยู่ต่อมาจริง ที่ดินรายนี้เป็นที่มือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ผู้ครอบครองหามีกรรมสิทธิ์ไม่จำเลยมีแต่สิทธิครอบครองเท่านั้น เรือนพิพาทบนที่ดินรายนี้ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อจำเลยสละการครอบครองที่ดินและเรือนพิพาทให้โจทก์แล้วทำสัญญาเช่าจากโจทก์ต่อไปอีกเช่นนี้ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๗, ๑๓๗๘ เห็นว่าจำเลยเจตนาสละการครอบครองด้วยการส่งมอบทรัพย์ให้โจทก์แล้ว แม้การซื้อขายไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะก็ตาม เมื่อจำเลยสละและโอนการครอบครองให้โจทก์แล้ว การครอบครองของจำเลยก็หมดสิ้นไป เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไปแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิอยู่
พิพากษากลับ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2514
นางจิระภา วาสกุล โจทก์
นายเล็ก สอนญาติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจิระภา วาสกุล · จำเลย - นายเล็ก สอนญาติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · ประสม เภกะสุต · ฉัตร รัตนทัศนีย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายวิญญาณ เลขะกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง พุทธสถิตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา