⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1232/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1232/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลให้ส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นได้สั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน 15 วัน ซึ่งทนายโจทก์ได้ทราบคำสั่งแล้วมิได้จัดการตามคำสั่งแต่อย่างใด จนเกินเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้ ที่ทนายโจทก์อ้างว่าได้มอบเงินค่าส่งหมายให้คนรับใช้นำไปวางศาลแล้ว แต่คนรับใช้ยักยอกเอาเงินนั้นไป จะถือว่าโจทก์ได้จัดการตามหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้วหาได้ไม่ และถือได้ว่าโจทก์ได้ทิ้งฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๑๑ จำเลยที่ ๑ ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปในทางการที่จ้างด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยที่ ๑ รถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่ได้ชนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒รถจักรยานยนต์ที่ชนโจทก์ไม่ใช่รถของจำเลยที่ ๒ โจทก์วิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถที่จำเลยที่ ๑ ขับขี่ จำเลยที่ ๑ ห้ามล้อรถกระทันหัน เป็นเหตุให้โจทก์ชนรถมีบาดเจ็บเล็กน้อย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ การที่รถชนโจทก์เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าสินไหมทดแทนโจทก์ ๑๘,๓๑๗ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ โดยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๑๒ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ ๒ ภายใน ๑๕ วัน ต่อมาวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๑๒ เจ้าพนักงานศาลชั้นต้นรายงานศาลว่าโจทก์ได้ทราบคำสั่งศาลเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๑๒ ล่วงเลยมา ๒ เดือน ๔ วันแล้ว โจทก์มิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ จึงสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ โจทก์ฎีกาว่า ทนายโจทก์ได้มอบเงินค่าส่งหมายให้คนรับใช้ของทนายโจทก์เพื่อนำมาวางศาล แต่คนรับใช้ได้ยักยอกเงินจำนวนนี้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ทนายโจทก์มิได้จงใจละทิ้งคดีแต่อย่างใด ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งไต่สวนและอนุญาตให้วางเงินค่าส่งหมายใหม่อีกครั้งหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องซึ่งร่วมทั้งฟ้องอุทธรณ์ กฎหมายกำหนดให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่ง และให้โจทก์เป็นผู้มีหน้าที่จัดการนำส่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๐ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นได้สั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ ๒ ภายใน ๑๕ วัน ซึ่งทนายโจทก์ได้ทราบคำสั่งแล้วก็มิได้จัดการตามคำสั่งศาลแต่อย่างใด ที่ทนายโจทก์อ้างว่าได้มอบเงินค่าส่งหมายให้คนรับใช้นำไปวางศาลแล้ว แต่คนรับใช้ยักยอกเอาเงินนั้นไป จะถือว่าโจทก์ได้จัดการตามหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้วหาได้ไม่ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งชอบแล้วให้ยกฎีกาของโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1232/2514 เด็กชายอำนาจ อิ่มสกุล โดยนายจันทร์ อิ่มสกุล บิดา ผู้แทนโดยชอบธรรม นายสุทัศน์ มงคลรังสฤษฎ์ ที่ 1 นายมนต์ชัย นิมิตรพรชัย ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้แทนโดยชอบธรรม - เด็กชายอำนาจ อิ่มสกุล โดยนายจันทร์ อิ่มสกุล บิดา · จำเลย - นายสุทัศน์ มงคลรังสฤษฎ์ ที่ 1 นายมนต์ชัย นิมิตรพรชัย ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3966/2551ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 1223/2535ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1700/2518ฎีกา 393/2536ฎีกา 3865/2537ฎีกา 222/2511ฎีกา 959/2535ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1419/2543ฎีกา 7857/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 7560/2543ฎีกา 5393/2542ฎีกา 2159/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา