⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1769/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1769/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละเจตนาครอบครองที่ดินมือเปล่าโดยผู้ขาย ไม่ทำให้การซื้อขายนั้นเสียไป หากผู้ขายได้ไปดำเนินการตามขั้นตอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้ว แต่ไม่ไปจดทะเบียนตามข้อตกลง ผู้ซื้อย่อมฟ้องบังคับให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขายที่ดินมือเปล่า ไม่มีโฉนดหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ให้ภริยาโจทก์ได้รับชำระราคาแล้วและได้อพยพไปอยู่ที่อื่นให้โจทก์เข้าครอบครองเป็นเจ้าของ แสดงว่าจำเลยได้สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินนั้นต่อไป แม้เป็นการซื้อขายที่ดินมือเปล่า และจำเลยสละเจตนาครอบครองแล้ว แต่เมื่อมีข้อตกลงกันว่าจำเลยจะไปทำนิติกรรมสัญญาซื้อขายโอนที่ดินให้ภริยาโจทก์ที่อำเภอ และจำเลยได้ไปยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและการสอบสวนสิทธิในที่ดินประเภทขายเพื่อจะโอนให้ภริยาโจทก์แล้ว แต่จำเลยไม่ไปจัดการจดทะเบียนโอนที่ดินตามข้อตกลง โจทก์ย่อมฟ้องขอให้บังคับจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแบ่งขายที่ดินตาม ส.ค.๑ ให้โจทก์และภริยาซึ่งเป็นบุตรของจำเลย เนื้อที่ ๑๓ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา ราคา ๔,๐๐๐ บาท โดยมิได้ทำหนังสือและจดทะเบียน จำเลยได้รับเงินและมอบ ส.ค.๑ กับที่ดินให้โจทก์ครอบครองแต่วันซื้อ เมื่อซื้อแล้วจำเลยถามโจทก์ว่าจะให้ใส่ชื่อใครเป็นเจ้าของที่ดิน โจทก์บอกให้ใส่ชื่อภริยา จำเลยจึงยื่นคำขอทำนิติกรรมขายที่ดินดังกล่าวให้ภริยาโจทก์ แต่แล้วกลับไม่ยอมทำสัญญาซื้อขาย ขอให้บังคับจำเลยไปทำนิติกรรมสัญญาซื้อขายและโอนที่ดินให้โจทก์หรือภริยาโจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปทำนิติกรรมโอนขายที่พิพาทตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๗๘ เนื้อที่ ๑๓ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา ให้แก่โจทก์หรือภริยาโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เสร็จเด็ดขาดเมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ ศาลมีอำนาจยกข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ตกลงขายที่พิพาทจำนวนเนื้อที่ ๑๓ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา ให้แก่ภริยาโจทก์เป็นราคา ๔,๐๐๐ บาท จำเลยได้รับชำระราคาค่าที่ดินไปครบถ้วน โจทก์ได้เข้าครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา และจำเลยได้อพยพไปอยู่ที่อื่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีโฉนดหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่แต่อย่างใด เมื่อจำเลยขายที่พิพาทให้ภริยาโจทก์ไปตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยจำเลยได้อพยพไปอยู่เสียที่อื่นไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทแล้ว แสดงว่าจำเลยได้สละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือที่พิพาทต่อไป แต่เนื่องจากการซื้อขายรายนี้มีข้อตกลงกันว่า จำเลยจะไปทำนิติกรรมสัญญาซื้อขายและโอนที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๗๘ ให้ภริยาโจทก์ที่อำเภอ และจำเลยก็ได้ไปยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และการสอบสวนสิทธิในที่ดินประเภทขาย ตามเอกสารหมาย จ.๑ เพื่อจะโอนให้ภริยาโจทก์แล้วแต่จำเลยหาได้ไปจัดการจดทะเบียนโอนที่ดินให้ภริยาโจทก์ไม่จนทางอำเภอมีหนังสือเตือนให้จำเลยไปจัดการเสียแต่ก็ไม่ไป ดังนี้ โจทก์ชอบที่จะขอให้จำเลยไปจัดการจดทะเบียนโอนที่ดินตามข้อตกลงได้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1769/2514 นายดิน สีดำ โจทก์ นายวุ่น เกิดผล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดิน สีดำ · จำเลย - นายวุ่น เกิดผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทัย ศุภนิตย์ · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายสาระ เสาวมล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1216/2538ฎีกา 958/2493ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 8551/2550ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491ฎีกา 360/2502ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 1090/2530ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 5317/2538ฎีกา 10866/2546ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 5281/2540ฎีกา 3345/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา