คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2038/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลไปประกอบอาชีพชั่วคราว ณ ที่อื่น ไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนภูมิลำเนา หากยังคงมีเจตนาจะกลับภูมิลำเนาเดิม
ย่อคำพิพากษา
ซ. บุตรผู้ร้องได้อยู่กับผู้ร้องที่ตลาดชุมแสงตั้งแต่เล็ก ๆ และได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนจีนในอำเภอชุมแสง ต่อมา ซ. มาเรียนต่อที่จังหวัดพระนครจนสำเร็จแล้วสมัครเป็นครูโรงเรียนจีนสอนอยู่ประมาณปีเศษ ก็ถูกศาลลงโทษฐานเป็นอั้งยี่และถูกเนรเทศไปประเทศจีนก่อนถูกเนรเทศ ซ. มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ตามทะเบียนบ้านและใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้ แม้ ซ. จะไปประกอบอาชีพชั่วคราว ณ จังหวัดพระนครก็ตาม ก็ยังถือไม่ได้ว่า ซ. มีเจตนาจะเปลี่ยนภูมิลำเนา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ ผู้ร้องกับนายเฮงกุ่ย แซ่ตั้ง สามีมีบุตรด้วยกันหนึ่งคนชื่อนายเซียงฮ้อ แซ่ตั้ง ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ นายเซียงฮ้อต้องโทษฐานเป็นอั้งยี่ กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้กรมตำรวจเนรเทศนายเซียงฮ้อออกนอกราชอาณาจักรไทย จนกระทั่งบัดนี้เป็นเวลา ๒๑ ปีมาแล้ว ขณะนี้ไม่มีผู้ใดทราบว่านายเซียงฮ้อจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ประการใด นายเฮงกุ่ยบิดานายเซียงฮ้อได้ตายลงเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ ผู้ร้องเป็นมารดานายเซียงฮ้อและเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินของนายเซียงฮ้อ จึงขอให้มีคำสั่งว่านายเซียงฮ้อเป็นบุคคลสาปสูญตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๔
ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกของนายเฮงกุ่ยซึ่งตกได้แก่นายเซียงฮ้อตามพินัยกรรม ก่อนถูกเนรเทศนายเซียงฮ้อมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตศาลจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อถูกเนรเทศแล้วก็อยู่ในประเทศจีนตลอดมา ศาลจังหวัดนครสวรรค์ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีนี้ นายเซียงฮ้อไม่ใช่ผู้ร้องและยังมีชีวิตอยู่ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า นายเซียงฮ้อมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ได้ผู้ร้องเป็นมารดานายเซียงฮ้อ และนายเซียงฮ้อถูกเนรเทศจากประเทศไทยโดยไม่ได้ข่าวคราวเป็นเวลา ๑๑-๑๒ ปีแล้ว จึงมีคำสั่งว่านายเซียงฮ้อเป็นคนสาบสูญ
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้คัดค้านฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า นายเซียงฮ้ออยู่กับผู้ร้องที่ตลาดชุมแสงมาตั้งแต่เล็ก ๆ ได้เข้าโรงเรียนที่อำเภอชุมแสงจนมาเรียนต่อที่จังหวัดพระนครแล้วสมัครเป็นครูโรงเรียนจีนในจังหวัดพระนครชั่วเวลา ๑-๒ ปี จึงถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานเป็นอั้งยี่และถูกเนรเทศไป ก่อนถูกเนรเทศนายเซียงฮ้อยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ตามทะเบียนบ้านและใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว การที่นายเซียงฮ้อไปประกอบอาชีพชั่วคราว ณ จังหวัดพระนคร ยังถือไม่ได้ว่ามีเจตนาจะเปลี่ยนภูมิลำเนา จึงฟังได้ว่าก่อนถูกเนรเทศนายเซียงฮ้อยังมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลจังหวัดนครสวรรค์ ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลดังกล่าวได้ ฟังว่า ผู้ร้องเป็นมารดานายเซียงฮ้อ และนายเซียงฮ้อได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ โดยไม่ทราบข่าวคราวเป็นเวลา ๑๑-๑๒ ปี ชอบที่ผู้ร้องจะร้องขอต่อศาลให้ นายเซียงฮ้อเป็นบุคคลสาปสูญได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2038/2514
นางกิมเซี้ย แซ่ตั้ง ผู้ร้อง
นางสาวทิพวรรณ เล็กศิริมนตรี ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางกิมเซี้ย แซ่ตั้ง · ผู้คัดค้าน - นางสาวทิพวรรณ เล็กศิริมนตรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุทัย ศุภนิตย์ · จินตา บุณยอาคม · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา