⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 913/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2531

ป.พ.พ. ม.44, 45, 49

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหนังสือแจ้งการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินไปยังภูมิลำเนาเดิมที่โจทก์ยังคงระบุไว้ ถือเป็นการส่งโดยชอบแล้ว แม้จะส่งให้ผู้แทนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปีก็ตาม การนับระยะเวลา 15 วันเพื่อยื่นคำร้องขอให้พิจารณาประเมินใหม่ตามกฎหมายภาษีโรงเรือนและที่ดิน ให้เริ่มนับแต่วันที่โจทก์หรือตัวแทนได้รับหนังสือแจ้งรายการประเมินจริง มิใช่วันที่โจทก์ทราบ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มิได้แจ้งให้จำเลยทราบเรื่องการย้ายภูมิลำเนาของโจทก์เพื่อให้จำเลยจัดส่งหนังสือแจ้งความแก่โจทก์ตามภูมิลำเนาใหม่ ตรงกันข้ามในการยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษี โจทก์ระบุภูมิลำเนาเดิม แสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ใช้ภูมิลำเนาเดิมเป็นภูมิลำเนาของโจทก์อีกแห่งหนึ่งโดยเฉพาะในการติดต่อกับจำเลยดังนี้การที่จำเลยส่งหนังสือแจ้งการประเมินแก่โจทก์ ณ ภูมิลำเนาเดิมจึงเป็นการส่งโดยชอบแล้ว การส่งหนังสือแจ้งความและหมายเรียกตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 มาตรา 36 วรรคแรก หมายความว่าหากมีการส่งโดยทางจดหมายไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ถือว่าเป็นการส่งที่ชอบแล้ว ส่วนผู้รับหนังสือไว้แทนกฎหมายมิได้บัญญัติว่าต้องมีอายุเกินยี่สิบปี ซึ่งเป็นกรณีบังคับใช้เฉพาะในกรณีให้คนนำไปส่งเท่านั้น ดังนี้เมื่อได้ความว่าบุรุษไปรษณีย์นำส่งหนังสือแจ้งรายการประเมินให้แก่เด็กหญิงส.อายุ 14 ปีเศษซึ่งเป็นผู้แทนของโจทก์ การส่งหนังสือดังกล่าวจึงชอบแล้ว การยื่นคำร้องขอให้พิจารณาประเมินใหม่ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินมาตรา 26 นั้น จะต้องยื่นภายในเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความ หมายความถึงวันที่โจทก์หรือตัวแทนของโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งรายการประเมินนั่นเอง มิใช่ให้นับแต่วันที่โจทก์ทราบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.44 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.45 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.49 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.26 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.30 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.36

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.44 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.45 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.49 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถว ๒๐ ห้อง โจทก์ให้เช่าตึกแถวดังกล่าวและเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินในปีภาษี ๒๕๒๔, ๒๕๒๕ และ ๒๕๒๖ ถูกต้องแล้ว จำเลยมีหนังสือแจ้งรายการประเมินเพื่อเรียกเก็บภาษีโรงเรือนถึงโจทก์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ไปยังบ้านซึ่งโจทก์มิได้อยู่ที่นั่นเพราะย้ายนานแล้ว เด็กคนใช้ของโจทก์ซึ่งเฝ้าบ้านดังกล่าวได้เซ็นรับไว้ แต่ไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ เมื่อทราบโจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ จำเลยแจ้งว่าโจทก์หมดสิทธิที่จะร้องขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์เห็นว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ภายในกำหนดและการประเมินของจำเลยไม่ถูกต้อง จึงขอให้เพิกถอนการประเมินและคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บเกินไป ๖๐,๑๐๗.๕๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินไว้ไม่ถูกต้อง จำเลยจึงแจ้งรายการประเมินไปให้โจทก์ทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีใหม่พ้นกำหนดเวลา ๑๕ วันตามที่กฎหมายกำหนด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่บ้านเลขที่ ๕๗/๙ หมู่ที่ ๒ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ แต่จำเลยส่งหนังสือแจ้งรายการประเมินไปยังภูมิลำเนาเดิมบ้านเลขที่ ๑๘๙ ถนนราชวิถี แขวงดุสิต เขตดุสิต จึงเป็นการส่งที่ไม่ชอบ เห็นว่าโจทก์มิได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ทราบเรื่องการย้ายภูมิลำเนาของโจทก์ดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ จัดส่งหนังสือแจ้งความแก่โจทก์ตามภูมิลำเนาใหม่ ตรงกันข้ามในการยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินในปี พ.ศ. ๒๕๒๔, ๒๕๒๕ และ ๒๕๒๖ ตามเอกสารหมาย ล.๑ ถึง ล.๓ โจทก์ระบุภูมิลำเนาไว้ว่าอยู่บ้านเลขที่ ๑๔๙ ถนนราชวิถี แขวงดุสิต เขตดุสิต ซึ่งแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ใช้สถานที่นี้เป็นภูมิลำเนาของโจทก์อีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะในการติดต่อกับจำเลย ที่โจทก์อ้างว่าลอกที่อยู่ดังกล่าวจากแบบฟอร์มแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินฉบับเก่า ๆ นั้น ไม่มีเหตุผลรับฟัง ดังนั้น การที่จำเลยส่งหนังสือแจ้งการประเมินแก่โจทก์ไปยังบ้านเลขที่ ๑๘๙ ถนนราชวิถี แขวงดุสิต เขตดุสิต จึงเป็นการส่งไปยังภูมิลำเนาของโจทก์โดยชอบแล้ว โจทก์ฎีกาอีกประการหนึ่งว่า เด็กหญิงสำราญ ผ่อนผาแดง ซึ่งเป็นคนลงลายมือชื่อในใบตอบรับเอกสารหมาย ล.๔ ล.๕ และ ล.๖ ไว้แทนโจทก์ อายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี ทำให้การส่งหนังสือแจ้งรายการประเมินเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า ตามมาตรา ๓๖ วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ บัญญัติไว้ว่า "หนังสือแจ้งความและหมายเรียกตามพระราชบัญญัตินี้จะให้คนนำไปส่งหรือจะส่งโดยทางจดหมายไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ ถ้าให้คนนำไปส่งเมื่อผู้ส่งไม่พบผู้รับไซร้ จะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่งมีอายุเกินยี่สิบปีที่อยู่ในบ้านเรือนหรือสำนักการค้าของผู้รับก็ได้ และการส่งเช่นนี้ให้ถือว่าเป็นการพอเพียงตามกฎหมาย" ซึ่งมีความหมายว่า หากมีการส่งโดยทางจดหมายไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ถือว่าเป็นการส่งที่ชอบแล้ว ส่วนผู้รับหนังสือไว้แทนกฎหมายมิได้บัญญัติว่าต้องมีอายุเกินยี่สิบปี ซึ่งเป็นกรณีบังคับใช้เฉพาะในกรณีให้คนนำไปส่งเท่านั้น โจทก์มิได้แย้งว่าการนำส่งของบุรุษไปรษณีย์เป็นการไม่ชอบ จึงถือได้ว่าการนำส่งของบุรุษไปรษณีย์เป็นการชอบด้วยกฎหมายตามระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้แล้ว เมื่อโจทก์ส่งหนังสือแจ้งรายการประเมินถูกต้องตามมาตรา ๓๖ วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน และได้ความว่าบุรุษไปรษณีย์ได้นำส่งให้แก่ผู้แทนของโจทก์รับไว้โดยถูกต้องแล้ว โดยเด็กหญิงสำราญผู้รับก็มีอายุ ๑๔ ปีเศษ ดังนั้นจึงฟังได้ว่าการส่งหนังสือแจ้งรายการประเมินถึงโจทก์เป็นการชอบแล้ว ในเรื่องโจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ภายในกำหนดตามกฎหมายหรือไม่นั้น พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาตรา ๒๖ บัญญัติไว้มีใจความว่า การยื่นคำร้องต้องยื่นภายในเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความ ซึ่งย่อมหมายถึงวันที่โจทก์หรือตัวแทนของโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งรายการประเมินนั่นเอง กฎหมายมิได้กำหนดให้นับแต่วันที่ทราบดังที่โจทก์ฎีกา ทั้งโจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นชัดว่าโจทก์ทราบเมื่อวันใด คงมีตัวโจทก์ปากเดียวเบิกความลอย ๆ ว่า เมื่อกลางเดือนสิงหาคม ๒๕๒๖ ยังไม่เกินกำหนด ๑๕ วันนับแต่โจทก์ได้รับทราบหนังสือแจ้งการประเมิน โจทก์ไปยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟัง จึงเห็นว่าต้องถือเอาวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๒๖ ซึ่งเป็นวันที่ตัวแทนของโจทก์ลงลายมือชื่อรับหนังสือไว้ในใบตอบรับเอกสารหมาย ล.๔ ถึง ล.๖ เป็นวันที่โจทก์ได้รับแจ้งความตามนัยแห่งมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ตามเอกสารหมาย ล.๘ เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๒๖ เป็นเวลาล่วงพ้นเกินกว่ากำหนดสิบห้าวันแล้ว จึงฟังไม่ได้ว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ภายในกำหนดตามกฎหมาย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินใหม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2531 นายอนันต์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ โจทก์ กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอนันต์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ · จำเลย - กรุงเทพมหานคร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมภพ เจียมพันธุ์รักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 3407/2551ฎีกา 2884/2541ฎีกา 5137/2539ฎีกา 5449/2561ฎีกา 3885/2536ฎีกา 4893/2538ฎีกา 5120/2537ฎีกา 5430/2557ฎีกา 14590/2555ฎีกา 617/2488ฎีกา 881/2511ฎีกา 5987/2552ฎีกา 469/2536ฎีกา 423/2518ฎีกา 99/2524ฎีกา 6031/2538ฎีกา 2433/2523ฎีกา 4984/2537ฎีกา 582/2506ฎีกา 4010/2536ฎีกา 2592/2527ฎีกา 807/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา