⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 296/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ทำให้โจทก์ฟ้องคดีขอหย่าต่อศาลไทยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีสัญชาติออสเตรเลีย จำเลยมีสัญชาติอเมริกันได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายที่ประเทศไทย แต่ในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องขอหย่ากับจำเลยนั้น ปรากฏว่าจำเลยได้ออกจากประเทศไทยไปก่อนแล้ว และไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศอีก ทั้งปรากฏว่าจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองดังนี้ จำเลยย่อมมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไม่ได้เสียแล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย โจทก์ก็ฟ้องคดีขอหย่ากับจำเลยต่อศาลแห่งประเทศไทยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.44 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสัญชาติออสเตรเลีย จำเลยมีสัญชาติอเมริกันได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายที่ประเทศไทยและอยู่ในประเทศไทยจำเลยได้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและอื่น ๆ จนโจทก์ไม่สามารถอยู่กินร่วมกับจำเลยฉันสามีภริยาต่อไปอีก จึงขอให้ศาลพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยไม่เคยมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยแต่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย และจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้มีภูมิลำเนาในประเทศไทยด้วย เมื่อโจทก์ฟ้อง จำเลยไม่ได้อยู่ในประเทศไทยแล้ว โดยออกจากประเทศไทยไปก่อน และไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีกเลย โจทก์จะต้องฟ้องยังศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔(๒) เมื่อจำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยศาลแห่งประเทศไทยก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไป มีคำสั่งให้จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยมีภูมิลำเนาในประเทศไทย ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีขัดต่อวิธีพิจารณาความ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยตามภูมิลำเนาของโจทก์ผู้เป็นสามี ชอบที่จะไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาพิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า จำเลยได้ถือภูมิลำเนาตามโจทก์ผู้เป็นสามี ขอให้รับฟ้องหรือให้สืบพยานหลักฐานในประเด็นที่ว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยหรือไม่เสียก่อน ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นตามฎีกาโจทก์เฉพาะข้อที่ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ว่า แม้จำเลยได้สมรสกับโจทก์ซึ่งเป็นคนต่างด้าวในประเทศไทย และโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยก็ตาม แต่จำเลยเป็นคนต่างด้าวคนละสัญชาติกับโจทก์และจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองเมื่อจำเลยยังมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไม่ได้เสียแล้ว จำเลยย่อมถือภูมิลำเนาของโจทก์ผู้เป็นสามีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๐ ไม่ได้อยู่ในตัว ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าจำเลยมีเจตนาจะถือเอาประเทศไทยเป็นภูมิลำเนาตามโจทก์ผู้เป็นสามีนั้น เห็นว่าจำเลยจะมีเจตนาประการใดก็ตาม ก็เป็นแต่เพียงเจตนายังเป็นผลขึ้นไม่ได้ ตราบเท่าที่จำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรหากยอมให้จำเลยมีภูมิลำเนาสุดแต่ใจของจำเลยย่อมเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง เมื่อจำเลยไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย โจทก์ก็ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแห่งประเทศไทยไม่ได้ จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศอื่นใดไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2516 นายชาร์ลส์ คีธ ไฮแลนด์ โจทก์ นางโดโรตี้ ลซ่า ไฮแลนด์ หรือลัดโล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชาร์ลส์ คีธ ไฮแลนด์ · จำเลย - นางโดโรตี้ ลซ่า ไฮแลนด์ หรือลัดโล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สัจจวานิช · ศวิต สมหวัง · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยง โรจนสุพจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2334/2517ฎีกา 8818/2551ฎีกา 3240/2533ฎีกา 620/2548ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 8672/2553ฎีกา 583/2548ฎีกา 7255/2539ฎีกา 841/2549ฎีกา 620/2475ฎีกา 2841/2547ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1824/2567ฎีกา 1286/2481ฎีกา 6459/2546ฎีกา 3994/2540ฎีกา 729/2492ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1307/2503ฎีกา 572/2549ฎีกา 2591/2526ฎีกา 3413/2524ฎีกา 1353/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา