⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3053/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3053/2533

ป.พ.พ. ม.44, 48, 224 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.4

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การย้ายภูมิลำเนาต้องแสดงเจตนาที่จะเปลี่ยนภูมิลำเนาอย่างแท้จริง การแจ้งย้ายออกจากที่อยู่เดิมโดยไม่มีการแจ้งย้ายเข้าที่อยู่ใหม่ และการแจ้งย้ายเฉพาะตนเองโดยไม่แจ้งย้ายครอบครัว อาจถือได้ว่าไม่มีเจตนาเปลี่ยนภูมิลำเนา 2. ข้อตกลงในสัญญากู้ที่ให้คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ แต่เจ้าหนี้ยังมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามกฎหมายกรณีผิดนัด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยแจ้งย้ายออกจากบ้านเดิมที่จังหวัดบุรีรัมย์แล้วไม่แจ้งแย้งเข้าบ้านตามที่แจ้งไว้ในกรุงเทพมหานคร จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยไปอยู่ที่ใด ทั้งยังได้ความว่า จำเลยแจ้งย้ายออกเฉพาะตัวจำเลยคนเดียว มิได้แจ้งย้ายครอบครัวไปด้วย แสดงว่าไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่ และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนา ต้องถือว่าจำเลยมีภูมิลำเนาครั้งสุดท้ายอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ได้ แม้ข้อตกลงในสัญญากู้ที่ให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจะตกเป็นโมฆะมีผลให้โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกดอกเบี้ยตามสัญญาได้ก็ตาม แต่เมื่อเป็นหนี้เงินซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ให้คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้ดอกเบี้ยตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.44 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.48 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.44 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.48 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๘ จำเลยได้กู้เงินจากโจทก์จำนวน ๗๙,๐๐๐ บาท กำหนดชำระคืนวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๘ ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๗๙,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน๒๕๒๘ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑,๕๒๕.๘๙ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น๘๐,๕๒๕.๘๙ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน๗๙,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีขัดต่อกฎหมายตกเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกดอกเบี้ยและสัญญากู้ท้ายฟ้องมิได้ปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามกฎหมายจะนำมาฟ้องร้องไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์จำนวน ๗๙,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๒๒พฤษภาคม ๒๕๒๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน ๗๙,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๒๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้แจ้งย้ายภูมิลำเนาจากบ้านเลขที่ ๑๐๙ หมู่ ๑ ตำบลและอำเภอพุทพชไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ไปอยู่บ้านเลขที่ ๓/๑๒๙๓ ตำบลคลองถนน อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๘ โจทก์ฟ้องวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๒๘หลังจากจำเลยย้ายภูมิลำเนา ๑ เดือน จึงถือได้ว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่ง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์นั้น ได้ความว่า ทนายโจทก์ไปยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องถิ่นเขตบางเขนขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวปรากฏว่าเจ้าหน้าที่หาเลขที่บ้าน ๓/๑๒๙๓ ตำบลคลองถนน อำเภอบางเขนกรุงเทพมหานคร ที่จำเลยแจ้งประสงค์จะย้ายเข้าไปไม่พบ ทนายโจทก์จึงขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ ๓/๑๑๙๓/ หมู่ ๖ ตำบลคลองสานอำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งโจทก์ทราบจากนายสมชาย มันตาเสรีบุตรจำเลย ปรากฏว่าเป็นบ้านของนางสาววรรษมน มันตาเสรี บุตรสาวของจำเลย แต่ไม่มีชื่อจำเลยย้ายเข้า ซึ่งนายทะเบียนท้องถิ่นรับรองสำเนาเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ เห็นว่า จำเลยแจ้งย้ายออกจากบ้านเดิมที่จังหวัดบุรีรัมย์แล้วไม่แจ้งย้ายเข้าบ้านที่แจ้งไว้ในกรุงเทพมหานคร จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยไปอยู่ที่ใดทั้งยังได้ความว่า จำเลยแจ้งย้ายออกเฉพาะตัวจำเลยคนเดียวมิได้แจ้งย้ายครอบครัวไปด้วย แสดงว่าไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่ และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนา ต้องถือว่าจำเลยมีภูมิลำเนาครั้งสุดท้ายอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๐๙ หมู่ ๑ ตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลดังกล่าวได้ จำเลยฎีกาว่า ข้อตกลงในสัญญากู้ที่ให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเมื่อจำเลยผิดนัดในอัตราสูงสุดของธนาคารเป็นโมฆะเพราะอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสูงกว่าร้อยละสิบห้าต่อปีที่เอกชนผู้ให้กู้จะเรียกร้องเอาได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยเลยนั้น เห็นว่า แม้ข้อตกลงให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ มีผลให้โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกดอกเบี้ยตามสัญญาได้ก็ตาม แต่เมื่อเป็นหนี้เงินซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๒๔ ให้คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้ดอกเบี้ยตามบทกฎหมายดังกล่าว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3053/2533 นายพรศักดิ์ สามัตถิยดีกุล โจทก์ นายไพรสันต์ มันตาเสรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพรศักดิ์ สามัตถิยดีกุล · จำเลย - นายไพรสันต์ มันตาเสรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายทวีศักดิ์ ทองภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 683/2534ฎีกา 1462/2565ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 13922/2558ฎีกา 3240/2533ฎีกา 170/2546ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3414/2541ฎีกา 1511/2520ฎีกา 4225/2529ฎีกา 94/2493ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 2841/2547ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 362/2558ฎีกา 2768/2530ฎีกา 2657/2534ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา