⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2161/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2161/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 คือการลดอัตราโทษขั้นสูงและขั้นต่ำลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่ง แล้วจึงลงโทษระหว่างนั้น หาใช่ศาลกำหนดโทษลงไว้ก่อนแล้วลดจากโทษที่กำหนดไว้ไม่

ย่อคำพิพากษา

การลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 คือการลดอัตราโทษขั้นสูงและขั้นต่ำลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่งแล้วจึงลงโทษระหว่างนั้น หาใช่ศาลกำหนดโทษลงไว้ก่อนแล้วลดจากโทษที่กำหนดไว้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.54 ประมวลกฎหมายอาญา ม.75 ประมวลกฎหมายอาญา ม.76 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีได้ร่วมสมคบกันชิงทรัพย์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓ ฐานร่วมกันชิงทรัพย์วางโทษจำคุกจำเลย ๔ ปี จำเลยมีอายุ ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๖ คงจำคุกจำเลย ๒ ปี ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง แต่เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยก่อนแล้วจึงลดมาตราส่วนโทษให้นั้น ยังไม่ถูกต้องเพราะการลดมาตราส่วนโทษต้องลดจากโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ มิใช่ลดจากโทษที่ศาลกำหนด จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓ แต่จำเลยอายุเพียง ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๖ ให้จำคุกจำเลยไว้ ๒ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้วแต่ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการลดมาตราส่วนโทษต้องลดจากโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ มิใช่ลดจากโทษตามที่ศาลกำหนดนั้น ไม่ถูกต้อง โจทก์เห็นว่าศาลต้องวางโทษก่อนแล้วจึงลดมาตราส่วนโทษตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๘๗/๒๕๑๐ ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีแล้ว คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายประการเดียวคือ ในการลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ ศาลจะต้องวางโทษเสียก่อนแล้วจึงลด ดังที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์โดยตลอดแล้วเห็นว่า การลดมาตราส่วนโทษคือการลดอัตราโทษขั้นสูงและขั้นต่ำลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่ง (ตามมาตรา ๗๖) แล้วจึงลงโทษระหว่างนั้น หาใช่ศาลกำหนดโทษลงไว้ก่อน แล้วลดจากโทษที่กำหนดไว้ดังที่โจทก์เข้าใจไม่ คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๘๗/๒๕๑๐ ที่โจทก์อ้างรูปเรื่องไม่ตรงกับคดีนี้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนให้ยกฎีกาของโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2161/2514 อัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายสุรินทร์ หรือดำ แดงประดับ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายสุรินทร์ หรือดำ แดงประดับ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายลิขิต ไชยฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 4942/2554ฎีกา 1620/2544ฎีกา 3144/2527ฎีกา 6320/2533ฎีกา 2530/2527ฎีกา 368/2468ฎีกา 5999/2544ฎีกา 996/2536ฎีกา 17058/2555ฎีกา 213/2554ฎีกา 2100/2531ฎีกา 3294/2527ฎีกา 4049/2536ฎีกา 2457/2530ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 5873/2567ฎีกา 1985/2531ฎีกา 600/2544ฎีกา 3779/2536ฎีกา 515/2481ฎีกา 8192/2553ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา