⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2224/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2224/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อลูกหนี้ของจำเลย ให้ลูกหนี้ของจำเลยส่งทรัพย์หรือเงินให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ถือเป็นการยึดทรัพย์สินของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

การยึดทรัพย์หมายถึงการยึดทรัพย์ของจำเลย แต่การอายัดหมายถึงการอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อลูกหนี้ ให้ลูกหนี้ของจำเลยส่งทรัพย์หรือเงินให้เจ้าพนักงานบังคับคดี กรณียึดทรัพย์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในวันที่ประกาศขายทอดตลาดถือว่ายื่นขอภายในกำหนดเวลา มาตรา 290 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิม โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ให้ชำระเงินกู้ และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยทั้งสองยอมใช้เงิน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งชำระเป็น ๒ งวด งวดละ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยผิดนัดโจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๓ และศาลสั่งประกาศขายทอดตลาดในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ผู้ร้องยื่นคำร้องเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๓ ขอเฉลี่ยทรัพย์ โจทก์คัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลย เมื่อวันที่๔ หรือ ๕ เมษายน ๒๕๑๓ (ที่ถูกน่าจะเป็นวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๓) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๓ เป็นเวลาเกินกว่า ๓ เดือนแล้ว จึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิเข้าเฉลี่ยทรัพย์ได้ โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ ห้ามมิให้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ช้ากว่า ๓ เดือนนับแต่วันอายัดโจทก์เห็นว่ายึดหรืออายัดเหมือนกันผู้ร้องต้องยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่โจทก์ยึดทรัพย์ แต่ผู้ร้องยื่นเกิน ๓ เดือน แล้วจึงไม่มีสิทธิ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ยื่นคัดค้านว่าการขอเข้าเฉลี่ยหนี้เกิน ๓ เดือนนับแต่วันยึด แต่ชั้นอุทธรณ์กลับโต้แย้งว่าเป็นกรณีอายัดทรัพย์สิน จึงมิใช่ประเด็นที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นตามมาตรา ๒๒๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลอุทธรณ์จึงวินิจฉัยให้ไม่ได้ ทั้งข้อเท็จจริงแห่งคดีเป็นเรื่องบังคับคดีโดยการยึด มิใช่อายัดพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา ๒๙๐ นั้น กฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับกำหนดเวลาที่จะยื่นไว้ต่างกัน สำหรับกรณียึดทรัพย์กับกรณีอายัดทรัพย์ในกรณียึดทรัพย์นั้น มาตรา ๒๙๐ วรรค ๓ บัญญัติว่า "ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น คำขอเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลา ๑๔ วัน นับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น" ส่วนกรณีอายัดทรัพย์นั้นมีบทบัญญัติวรรค ๔ มาตรา ๒๙๐ ว่า "ในกรณีอายัดทรัพย์สิน ให้ยื่นคำขอเฉลี่ยเสียก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้และไม่ว่ากรณีใด ๆ ห้ามมิให้ยื่นคำขอช้ากว่า ๓ เดือน นับแต่วันอายัด" ที่กฎหมายห้ามยื่นคำขอเกิน ๓ เดือนนั้น ก็เฉพาะในกรณีอายัดทรัพย์เท่านั้นการยึดและการอายัดต่างกัน การยึดหมายถึงยึดทรัพย์ของจำเลยแต่การอายัดหมายถึงการอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อลูกหนี้คดีนี้โจทก์นำเจ้าพนักงานไปยึดทรัพย์จำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในวันที่ประกาศขายทอดตลาดนั้นเอง ผู้ร้องจึงยื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ภายในกำหนดเวลามาตรา ๒๙๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2224/2514 นายชวลิต สังฆโสภณ โจทก์ นางมณี แสงสว่าง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย นางกุหลาบ ส้มแก้ว ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชวลิต สังฆโสภณ · จำเลย - นางมณี แสงสว่าง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ผู้ร้อง - นางกุหลาบ ส้มแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3181/2528ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 1252/2501ฎีกา 271/2549ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 1776/2512ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 6300/2552ฎีกา 85/2529ฎีกา 1065/2505ฎีกา 5449/2531ฎีกา 591/2513ฎีกา 2842/2549ฎีกา 462/2507ฎีกา 553/2510ฎีกา 482/2519ฎีกา 6278/2560ฎีกา 1254/2503ฎีกา 5749/2553ฎีกา 176/2494ฎีกา 46/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา