คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 461/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งให้มีหลายคน เมื่อผู้จัดการมรดกคนหนึ่งตายลง ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ไม่มีอำนาจจัดการมรดกต่อไปตามลำพัง เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งให้เป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว
ย่อคำพิพากษา
ศาลตั้งให้โจทก์กับ อ. เป็นผู้จัดการมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม เมื่อ อ. ตายโจทก์ไม่มีอำนาจดำเนินการจัดการมรดกต่อไปตามลำพังไม่มีอำนาจเบิกเงินกองมรดกจากธนาคาร โดยที่ยังไม่มีคำสั่งศาลอนุญาตให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๔๘๘ ศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งให้โจทก์และนายบาโรต์ ยาคอบ เป็นผู้จัดการมรดกของนายสุวิทย์ พันธุมะสุขโดยไม่มีพินัยกรรม ต่อมานายบาโรต์ ยาคอบ ถึงแก่กรรมทายาทของเจ้ามรดกได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งพระยาอรรถกรมมณุตตี เข้าเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ร่วมกับโจทก์ ศาลแพ่งมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาพระยาอรรถกรมมณุตตีได้วายชนม์ลง โจทก์ขอเบิกเงินที่กองมรดกของนายสุวิทย์ฝากไว้กับธนาคารจำเลย แต่จำเลยเห็นว่าเมื่อศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้สองคน ธนาคารย่อมจะต้องเคารพคำสั่งดังกล่าวจนกว่าจะมีคำสั่งศาลเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ขอให้โจทก์ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคำสั่งศาลให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกได้โดยลำพังเสียก่อนแล้วธนาคารจะจ่ายเงินให้ทันที โจทก์จึงนำคดีมาฟ้อง โดยอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๕ ว่า โจทก์มีสิทธิดำเนินการได้แต่ผู้เดียว
ศาลฎีกาพิเคราะห์ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๕ แล้วเห็นว่าข้อความในวรรค ๒ นั้นสืบเนื่องมาจากข้อความในวรรค ๑ คำว่า "ถ้ามีผู้จัดการมรดกหลายคน" ในวรรค ๒ นั้นหมายถึงผู้จัดการมรดกที่ตั้งขึ้นโดยพินัยกรรมเท่านั้น ไม่เกี่ยวถึงผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งขึ้นโดยไม่มีพินัยกรรม กรณีที่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียขอให้ศาลตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกไม่มีพินัยกรรม เมื่อศาลเห็นสมควรจะตั้งให้คนเดียวหรือหลายคนเป็นผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีที่ศาลตั้งให้บุคคลหลายคนเป็นผู้จัดการมรดกนั้นก็โดยเห็นว่ายังไม่สมควรที่จะให้บุคคลคนเดียวเป็นผู้จัดการมรดกตามลำพัง คดีนี้ ในชั้นแรกศาลตั้งให้โจทก์กับนายบาโรต์เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน เมื่อนายบาโรต์ตาย ศาลก็มีคำสั่งตั้งให้พระยาอรรถกรมมณุตตีเป็นผู้จัดการมรดกแทนร่วมกับโจทก์ต่อไป แสดงว่าทายาทของเจ้ามรดกไม่ประสงค์จะให้โจทก์เป็นผู้จัดการแต่ลำพัง ฉะนั้น เมื่อพระยาอรรถกรมมณุตตีวายชนม์ไปอีกทายาทของเจ้ามรดกอาจยื่นคำร้องขอให้ผู้อื่นเข้าเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับโจทก์ต่อไปก็ได้ โจทก์จะจัดการมรดกต่อไปตามลำพังโดยยังมิได้ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการมรดกต่อไปตามลำพังย่อมเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ไม่มีอำนาจจะจัดการได้ เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจไว้เหมือนการตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม ที่จำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจเบิกเงินกองมรดกนั้นเป็นการชอบแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจที่จะฟ้องบังคับให้จำเลยจ่ายเงินนี้ให้แก่โจทก์โดยที่ยังไม่มีคำสั่งศาลอนุญาตให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 461/2514
นางสุธา ธัมมิกะกูล โจทก์
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุธา ธัมมิกะกูล · จำเลย - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศริ มลิลา · วิกรม เมาลานนท์ · กฤษณ์ โสภิตกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายถนอม ครูไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาว์ดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา