⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 658/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การหลังจากวันชี้สองสถานได้ หากข้อที่ขอแก้ไขนั้นเป็นข้อที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ ปรากฏตามคำให้การข้อ 2 ว่าไม่รับรองข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ โดยอ้างว่าบริษัทจำเลยที่ 1ได้จ่ายเงินให้นายย่งกิตต์ตัวแทนโดยปริยายของบริษัทโจทก์ไปหลายครั้ง แต่ไม่ทราบจำนวนเงินที่จะบรรยายให้การละเอียดมาในขณะนี้ได้ทันจะต้องใช้เวลาตรวจสอบทางธนาคารและหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งแสดงว่าจำเลยยังมีข้อต่อสู้อย่างอื่นอีกโดยจำเลยยังไม่อาจยื่นได้ก่อนวันชี้สองสถาน ครั้นเมื่อศาลชี้สองสถานแล้ว จำเลยจึงยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่าจากการตรวจสอบปรากฏว่าบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินให้บริษัทโจทก์ใน พ.ศ. 2503 โดยเช็ค 4 ฉบับเป็นเงิน 1,750,000บาท รายละเอียดตามคำร้อง และนายย่งกิตต์ได้รับเงินตามเช็คฉบับดังกล่าวไปจากธนาคารแล้ว จำนวนหนี้ตามฟ้องจึงเกินอยู่ 1,750,000 บาท ความตามที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยเพิ่งทราบภายหลังจากการชี้สองสถานแล้ว ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การหลังจากชี้สองสถานแล้วได้เพราะเป็นข้อที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องนั้นได้ก่อนวันชี้สองสถาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ๔,๒๕๓,๗๐๕ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่า บริษัทจำเลยที่ ๑ ได้จ่ายเงินให้แก่นายย่งกิตต์ ซึ่งเป็นตัวแทนโดยปริยายของโจทก์หลายครั้งแต่จำนวนเงินจำเลยไม่สามารถให้การในขณะนี้ได้ทันเพราะจะต้องใช้เวลานานในการตรวจสอบหลักฐานทางธนาคารและทางบริษัทจำเลยที่ ๑ เพราะนายย่งกิตต์เป็นผู้จ่ายเงินแทนจำเลยที่ ๑ และรับเงินแทนบริษัทโจทก์และเป็นผู้ทำเพทุบายในการทำสัญญาผูกมัดบริษัทจำเลยที่ ๑ ให้รับผิดต่อโจทก์ด้วยประการต่าง ๆ ซึ่งจำเลยจะได้ยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อไปก่อนวันชี้สองสถาน ฯลฯ ในวันนัดชี้สองสถาน จำเลยขอเลื่อนการชี้สองสถานอ้างว่า จำเลยได้ไปติดต่อธนาคารขอทราบรายละเอียดการรับและจ่ายเงินในบัญชีของบริษัทจำเลย และขอตรวจสมุดทะเบียนบริษัทที่สถานีตำรวจกองปราบยังไม่ได้ผลเรียบร้อย เพราะทางธนาคารยังคิดบัญชีไม่เสร็จ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เหตุที่ยกขึ้นอ้างไม่ใช่เหตุที่จะอนุญาตให้เลื่อนการชี้สองสถานไปได้ให้ยกคำร้อง แล้วทำการชี้สองสถานในวันนั้น หลังจากชี้สองสถานแล้ว จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่าจากการตรวจสอบปรากฏว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ชำระเงินให้บริษัทโจทก์ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยเช็ค ๔ ฉบับเป็นเงิน ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท ปรากฏรายละเอียดตามคำร้องและนายย่งกิตต์ โสธิกุล ตัวแทนโดยบริยายของบริษัทโจทก์ได้รับเงินตามเช็ค ๔ ฉบับดังกล่าวไปจากธนาคารแล้ว จำนวนหนี้ตามฟ้องจึงเกินอยู่ ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท ครั้งแรก ศาลชั้นต้นสั่งว่า อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การได้ต่อมาในระหว่างสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การภายหลังวันชี้สองสถานและคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ฯลฯ จึงให้เพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การตามคำร้องของจำเลย ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๑๐ ถ้อยคำพยานจำเลยที่สืบมาแล้วเกี่ยวกับประเด็นตามคำร้องที่แก้ไขเพิ่มเติมก็ให้เพิกถอนทุกตอน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระเงิน ๔,๒๔๓,๗๐๕ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งดังกล่าวข้างต้นและคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาตามประเด็นที่จำเลยร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การฉบับลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๐ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การ ปรากฏตามคำให้การข้อ ๒ ว่าไม่รับรองข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ โดยอ้างว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้จ่ายเงินให้นายย่งกิตต์ตัวแทนโดยบริยายของบริษัทโจทก์ไปหลายครั้งแต่ไม่ทราบจำนวนเงินที่จะบรรยายให้การละเอียดมาในขณะนี้ได้ทันจะต้องใช้เวลาตรวจสอบทางธนาคารและหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งแสดงว่าจำเลยยังมีข้อต่อสู้อย่างอื่นอีก โดยจำเลยยังไม่อาจยื่นได้ก่อนวันชี้สองสถานครั้นเมื่อศาลชี้สองสถานแล้ว จำเลยจึงยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่าจากการตรวจสอบปรากฏว่าบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้ชำระเงินให้บริษัทโจทก์ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยเช็ค ๔ ฉบับเป็นเงิน ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท รายละเอียดตามคำร้องและนายย่งกิตต์ได้รับเงินตามเช็ค ๔ ฉบับดังกล่าวไปจากธนาคารแล้วจำนวนหนี้ตามฟ้องจึงเกินอยู่ ๑,๗๕๐,๐๐๐ บาท ความตามที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยเพิ่งทราบภายหลังจากการชี้สองสถานแล้ว ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธิขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การหลังจากชี้สองสถานแล้วได้เพราะเป็นข้อที่จำเลยไม่อาจยื่นคำร้องนั้นได้ก่อนวันชี้สองสถานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐(๒) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2514 บริษัทโงวฮก จำกัด โดยนายจิตติน ตันธุวนิตย์ และ นายศุภชัย บูลกุล กรรมการ โจทก์ บริษัทไทยพิลกริมเซิลร์วิซ จำกัด ที่ 1 นายสุริยน ไรวา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความบูลกุล - บริษัทโงวฮก จำกัด โดยนายจิตติน ตันธุวนิตย์ และ นายศุภชัย · โจทก์ - กรรมการ · จำเลย - บริษัทไทยพิลกริมเซิลร์วิซ จำกัด ที่ 1 นายสุริยน ไรวา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6304/2540ฎีกา 839/2545ฎีกา 685/2550ฎีกา 2905/2552ฎีกา 2046/2531ฎีกา 551/2550ฎีกา 1016/2485ฎีกา 5111/2543ฎีกา 534/2496ฎีกา 2444/2542ฎีกา 4795/2528ฎีกา 1646/2548ฎีกา 4176/2528ฎีกา 1803/2533ฎีกา 2329/2553ฎีกา 1609/2506ฎีกา 103/2485ฎีกา 241/2547ฎีกา 2147/2525ฎีกา 1250/2511ฎีกา 6373/2537ฎีกา 89/2502ฎีกา 493/2526ฎีกา 6695/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา