คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์ของนิติกรรมที่อ้างเป็นมูลหนี้ ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 20,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้ว่าความจริงโจทก์ให้จำเลยกู้ไปเพียง 1,000 บาท แต่โจทก์หลอกลวงให้จำเลยทำสัญญากู้กับโจทก์ไว้ 20,000 บาท เพื่อให้โจทก์ยึดถือไว้แทนเงินกู้ 1,000 บาท โดยโจทก์จะไม่นำสัญญากู้นี้ไปใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ดังนี้ เป็นการนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์ของสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้อง ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๐ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี กำหนดใช้คืนในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๑๐ นับแต่กู้จำเลยไม่เคยชำระดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องรวม ๑๑ เดือน ๗ วัน รวมทั้งต้นเงินเป็นจำนวนรวม ๒๒,๘๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระพร้อมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนชำระเสร็จ
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่เคยกู้เงินจำนวนตามฟ้อง ความจริงแล้วจำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ซึ่งมีอาชีพให้พนักงานรถไฟกู้ยืมเงินไปเป็นจำนวนเพียง ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่โจทก์จะยอมให้พนักงานกู้ได้ไม่เกินจำนวนนี้ และโจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ให้โจทก์ไว้เกินกว่าจำนวนที่กู้ไปจริง เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อผู้กู้แต่ละคน พร้อมทั้งให้มอบรูปถ่ายแบบฟอร์มยอดเงินสะสมการรถไฟและใบมอบฉันทะให้โจทก์ไปรับเงินได้ และให้จำเลยเขียนชื่อผู้บังคับบัญชาในช่องผู้ค้ำประกันอีกฉบับหนึ่งให้โจทก์ยึดถือไว้ซึ่งความจริงแล้วจำเลยรับเงินจากโจทก์ไปเพียง ๑,๐๐๐ บาท และโจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อเดือน ซึ่งจำเลยได้ชำระให้ทุกเดือนพฤติการณ์ของโจทก์เป็นการหลอกลวง สัญญากู้ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงิน ๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๔ ต่อปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ จนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่าการนำสืบของจำเลยเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญากู้ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาโจทก์ว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้ชัดแจ้ง ว่าโจทก์หลอกลวงให้จำเลยทำสัญญากู้ ๒๐,๐๐๐บาท เพื่อให้โจทก์ยึดถือไว้แทนการชำระเงินกู้ ๑,๐๐๐ บาท โดยโจทก์จะไม่นำสัญญากู้นี้ไปใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ จึงเป็นการนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์แห่งสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลย เพราะมิได้มีเจตนาทำสัญญากู้กัน ๒๐,๐๐๐ บาทจริง จำเลยจึงย่อมนำสืบหักล้างได้มิใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารอันจะต้องห้ามมิให้นำสืบไม่และวินิจฉัยข้อเท็จจริงยืนตามศาลล่างว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปเพียง ๑,๐๐๐ บาท และคงค้างส่งดอกเบี้ยอีก ๑ เดือน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2514
นายจำลอง พานิชกุล โจทก์
นายพิจิตร รัตนพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจำลอง พานิชกุล · จำเลย - นายพิจิตร รัตนพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย รชตะนันทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · ประพนธ์ ศาตะมาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุธรรม จันทร์กลัด · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท บริรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา