คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนวันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นสามารถทำได้ ตราบใดที่ยังไม่เกินกำหนดเวลา 14 วันนับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สิน
* เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจะขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินอื่นเหลืออยู่ หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ได้โดยสิ้นเชิง
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสาม บัญญัติว่า 'ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น คำขอเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วันนับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น' การที่ผู้ร้องยื่นคำขอเฉลี่ยก่อนวันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไม่มีอะไรห้ามไม่ให้ยื่นเพราะกฎหมายบัญญัติไว้แต่เพียงว่าอย่าให้ช้ากว่า 14 วันนับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินเท่านั้น
การขอเฉลี่ยทรัพย์นั้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจะเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินไม่ได้ ก็แต่ในกรณีที่ยังมีทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่ และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นยังสามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ นั้น
คำว่า สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่นๆ ของลูกหนี้ได้นั้น หมายความว่าสามารถเอาชำระได้โดยสิ้นเชิง การได้รับชำระหนี้แต่เพียงบางส่วน หาเป็นการสามารถเอาชำระหนี้ตามความหมายของมาตรา 290 วรรคสอง ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์นำยึดทรัพย์สินของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาในคดีอื่นจำเลยไม่มีทรัพย์อื่นที่จะบังคับชำระหนี้ได้ ขอเข้าเฉลี่ยเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย
โจทก์คัดค้านว่าคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องยื่นหลังวันขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด แต่ผู้ร้องยื่นขอเฉลี่ยก่อนวันดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรค 3 และจำเลยยังมีทรัพย์อื่นเพียงพอที่จะยึดขายทอดตลาดเอาชำระหนี้ได้
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ที่ยึดได้
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่โจทก์ฎีกาว่าผู้ร้องจะยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ก่อนวันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินไม่ได้นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรค 3 บัญญัติว่า "ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นคำขอเช่นว่านี้ให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น" การที่ผู้ร้องยื่นคำขอเฉลี่ยก่อนวันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น ไม่มีอะไรห้ามไม่ให้ยื่นเพราะกฎหมายบัญญัติเพียงว่า อย่าให้ช้ากว่า 14 วัน นับแต่วันขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินเท่านั้น คำร้องขอเฉลี่ยของผู้ร้องจึงไม่ขัดต่อมาตรา 290 วรรค 3 ที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงของคดีถือไม่ได้ว่าผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์อื่น ๆ ของจำเลยที่ 2 นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องคงได้รับชำระหนี้แต่เพียงบางส่วนเท่านั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ว่าด้วยการขอเฉลี่ยทรัพย์นั้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นจะเข้าเฉลี่ยทรัพย์สินไม่ได้ก็แต่ในกรณีที่ยังมีทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอยู่และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นยังสามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ นั้น คำว่า สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ได้นั้น หมายความว่าสามารถเอาชำระได้โดยสิ้นเชิง การได้รับชำระหนี้แต่เพียงบางส่วน ไม่เป็นการสามารถเอาชำระหนี้ตามความหมายของมาตรา 290 วรรค 2
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1161/2515
บริษัทอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย จำกัด โจทก์
นายสมชัย ทวีผล ที่ 1 นายรึบ ชาญวิจิตร ที่ 2 จำเลย
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย จำกัด · จำเลย - นายสมชัย ทวีผล ที่ 1 นายรึบ ชาญวิจิตร ที่ 2 · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด โดยนายชวน รัตนรักษ์ กรรมการผู้จัดการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · อัศนี เกาไศยนันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา