คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่โจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดก แม้จะไม่ได้ระบุฐานะไว้ในช่องคู่ความ แต่หากคำบรรยายฟ้องระบุชัดเจนว่าโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ก็ถือว่าโจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดก ไม่ใช่ฟ้องในฐานะส่วนตัว
2. เงินที่ผู้เช่าจ่ายให้ผู้ให้เช่าเพื่อที่จะได้เช่าห้องต่อไป มีลักษณะเป็นเงินกินเปล่า เป็นการเช่าธรรมดา ไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนที่นอกเหนือไปจากสัญญาเช่า
ย่อคำพิพากษา
แม้หน้าคำฟ้องในช่องคู่ความใส่เพียงชื่อโจทก์ โดยไม่ได้บอกฐานะไว้ แต่ตามคำบรรยายฟ้องกล่าวว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของ บ. ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพิพาทดังนี้หาใช่โจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวไม่
เงินค่าซ่อมแซมห้องที่ผู้เช่าให้ผู้ให้เช่าเพื่อที่จะได้เช่าห้องต่อไป มีลักษณะเป็นเงินกินเปล่า เป็นการเช่าธรรมดามิใช่สัญญาต่างตอบแทนนอกเหนือไปจากสัญญาเช่าธรรมดา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายบุญรอด อติกนิษฐ์จำเลยได้ทำสัญญาเช่าอาคารเลขที่ ๗๑ ตำบลตลาดพลู จังหวัดธนบุรีของนายบุญรอด อติกนิษฐ์ บัดนี้สัญญาเช่าสิ้นสุด โจทก์ให้ทนายมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยไม่ออก ทำให้โจทก์เสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากอาคารของโจทก์และให้ใช้ค่าเสียหาย ๖๐๐ บาทพร้อมทั้งค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไป
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายบุญรอด อติกนิษฐ์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ และไม่รับรอง โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะส่วนตัวไม่มีอำนาจฟ้อง
ห้องพิพาทนายบุญรอดยกให้ผู้อื่นแล้วโจทก์ไม่ใช่เจ้าของห้องพิพาทโจทก์ไม่ว่าในฐานะใดไม่มีสิทธิฟ้อง
จำเลยเช่าห้องพิพาทจากนายบุญรอด อติกนิษฐ์ ใช้เป็นเคหะอยู่อาศัย ค่าเช่าเดือนละ ๗๐ บาท มีกำหนด ๖ ปี เมื่อครบกำหนดแล้วนายบุญรอด อติกนิษฐ์ ต่อสัญญาเช่าให้จำเลยคราวละ ๓ ปี เรื่อยมาเมื่อครบสัญญาเช่าท้ายฟ้อง นายบุญรอด อติกนิษฐ์ ต่อสัญญาเช่าให้อีก๓ ปี โดยนายบุญรอดเรียกค่าซ่อมแซมห้องพิพาทจากจำเลย ๕,๐๐๐ บาทและรับจะทำหนังสือสัญญาเช่าให้ แต่ยังไม่ได้ทำหนังสือ นายบุญรอดอติกนิษฐ์ ถึงแก่กรรมเสียก่อน การนี้จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน การเช่าจึงยังไม่หมดอายุ จำเลยไม่เคยรับหนังสือของทนายโจทก์ ค่าเสียหายเท่ากับอัตราค่าเช่าที่เก็บจากจำเลย จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๗๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม๒๕๑๑ เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากห้องพิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายบุญรอด อติกนิษฐ์ ผู้ตายจึงมีอำนาจจัดการเกี่ยวแก่ห้องพิพาทซึ่งเป็นมรดกของนายบุญรอด อติกนิษฐ์ ได้ตามกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลย ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์กล่าวว่าโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายบุญรอด อติกนิษฐ์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องพิพาท หาใช่โจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวไม่แม้หน้าคำฟ้องจะใส่ชื่อนายสมใจ อติกนิษฐ์ โจทก์โดยไม่ได้บอกฐานะของนายสมใจก็ตาม จะฟังว่าโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวหาได้ไม่ ที่จำเลยฎีกาว่าข้อตกลงระหว่างนายบุญรอด อติกนิษฐ์ เจ้าของห้องพิพาทกับจำเลยซึ่งตกลงกันไว้ก่อน นายบุญรอดตาย ว่านายบุญรอดต่อสัญญาเช่าให้จำเลย๓ ปี ภายหลังครบกำหนดเวลาเช่าตามสัญญาเช่าท้ายฟ้อง โดยนายบุญรอดเรียกเงินค่าซ่อมแซมห้องพิพาทจากจำเลยไปแล้ว ๕,๐๐๐ บาท แล้วนายบุญรอดรับจะทำหนังสือสัญญาเช่าให้โดยเก็บค่าเช่าเรื่อย ๆ เป็นสัญญาต่างตอบแทนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เงิน ๕,๐๐๐ บาท ที่จำเลยให้นายบุญรอดนั้นเป็นเงินที่จำเลยให้เป็นค่าซ่อมแซมห้องพิพาทเพื่อที่จำเลยจะได้เช่าห้องพิพาท มีลักษณะเป็นเงินกินเปล่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการเช่าธรรมดา มิใช่สัญญาต่างตอบแทนนอกเหนือไปจากสัญญาเช่าธรรมดา เมื่อการเช่าไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือจำเลยจึงไม่มีสิทธิจะอยู่ในห้องพิพาท
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2515
นายสมใจ อติกนิษฐ์ โจทก์
นางกิมจู แซ่ซื้อ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมใจ อติกนิษฐ์ · จำเลย - นางกิมจู แซ่ซื้อ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุธรรม วรรณแสง · เสนาะ เอกพจน์ · กฤษณ์ โสภิตกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุจริต เสถียรกาล · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทัย อติแพทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา