⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1311/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งทำหนังสือสัญญาอีกฉบับหนึ่งขึ้นภายหลัง โดยมีข้อความขัดแย้งกับหนังสือสัญญาฉบับแรก แต่ข้อความในหนังสือสัญญาฉบับหลังนั้นเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นภายหลัง และไม่ได้มีกฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ คู่สัญญาย่อมมีสิทธิที่จะนำสืบถึงข้อตกลงในหนังสือสัญญาฉบับหลังได้

ย่อคำพิพากษา

ตัวแทนของผู้ขายได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินไว้กับผู้ซื้อฉบับหนึ่ง ระบุว่าผู้ขายได้รับค่าที่ดินแล้ว ต่อมาผู้ซื้อทำหนังสือสัญญาให้ตัวแทนผู้ขายอีกฉบับหนึ่งความว่า ผู้ซื้อยังไม่ได้ชำระค่าที่ดิน จะชำระให้ตามวันซึ่งกำหนดไว้ในหนังสือสัญญาฉบับหลังนี้ ประกอบกับผู้ขายได้ตั้งประเด็นไว้ในคำฟ้องว่า ผู้ซื้อยังไม่ได้ชำระราคาที่ดิน ดังนี้ ผู้ขายมีสิทธิที่จะนำสืบถึงข้อตกลงในหนังสือสัญญาฉบับหลังได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพาณิชย์มาตรา 94 สัญญาฉบับหลังดังกล่าวนี้ถือได้ว่าตัวแทนทำในฐานะตัวแทนของผู้ขาย ถึงแม้ต่อมาตัวแทนถึงแก่กรรม ก็ไม่เป็นเหตุให้สัญญาสิ้นสุดลง หนังสือสัญญาฉบับหลังนี้ ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ หรือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายศิริ อินทร์เมือง เป็นตัวแทนขายที่ดินมีโฉนดของโจทก์รวม ๒๐ แปลง ให้กับจำเลย ในราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ นายศิริ อินทร์เมือง ได้นำนิติกรรมขายที่ดิน ๒ แปลงนั้นให้จำเลย และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้ว แต่จำเลยยังไม่ได้ชำระราคาให้ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๑ จำเลยหาหนังสือสัญญาให้นายศิริ อินทร์เมือง ไว้เป็นหลักฐาน มีข้อความว่า จำเลยจะชำระค่าที่ดินให้นายศิริ อินทรเมืองหรือโจทก์ ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๑๒ ถ้าผิดนัด จำเลยต้องโอนที่ดินคืนทันที ครั้นถึงกำหนด จำเลยผิดนัด ไม่ชำระราคาที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง ๒๐ แปลงตามฟ้องคืนให้โจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา แต่ถ้าไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ได้ ก็ให้จำเลยชดใช้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายศิริ อินทร์เมือง ไถ่ถอนการจำนองที่ดินตามฟ้อง ซึ่งโจทก์จำนองไว้กับบริษัทเกียรตินันทวัฒน์ จำกัด แล้วในวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๑๑ นายศิริ อินทร์เมือง ได้ทำนิติกรรมขายที่ดินดังกล่าวในนามของโจทก์ผู้ขาย ให้จำเลยเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยชำระเงินให้นายศิริ อินทร์เมือง แล้ว ตามใบรับเงินลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ ส่วนหนังสือสัญญาลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๑ เป็นสัญญาระหว่างจำเลยกับนายศิริ อินทร์เมือง เมื่อนายศิริ อินทร์เมือง ถึงแก่กรรม สัญญานี้จึงสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง ๒๐ แปลง ตามฟ้องคืนให้โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนากับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๑๑ จะระบุว่าผู้ขายได้รับค่าที่ดินแล้ว แต่โจทก์ก็ได้ตั้งประเด็นไว้ในคำฟ้องด้วยว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระราคาที่ดินให้โจทก์ ดังนั้น เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๑๑ จำเลยทำหนังสือสัญญาให้นายศิริ อินทร์เมือง ตัวแทนโจทก์ว่าจะชำระค่าที่ดินให้ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๑๒ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าได้มีการตกลงทำสัญญาอีกฉบับหนึ่ง แก้ไขหนังสือสัญญาขายที่ดินเดิม ในเรื่องเงินค่าที่ดินว่า จำเลยยังไม่ได้ชำระให้ และจะชำระกันอย่างไร การนำสืบดังกล่าวนี้ไม่ใช่เป็นการนำสืบพยานบุคคลมาสืบเพิ่มเติบตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าที่ดินให้โจทก์ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๑๒ ก็ต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องทั้งหมดคืนให้โจทก์ตามสัญญาหมาย จ.๑ จะอ้างว่า โจทก์ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลย และเมื่อนายศิริ อินทร์เมือง ถึงแก่กรรม สัญญานี้เป็นอันสิ้นสุดนั้นไม่ได้ เพราะนายศิริ อินทร์เมือง ทำสัญญาหมาย จ.๑ ในฐานะเป็นตัวแทนโจทก์ตามใบมอบอำนาจหมาย ล.๑ นั่นเอง และสัญญาเช่นนี้ไม่มีกฎหมายบังคับว่า ต้องทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็มีผลใช้บังคับกันได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2515 นายยม รุ่งเรือง โจทก์ นางสุรีย์ แหลมสมุทร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยม รุ่งเรือง · ล. - นางสุรีย์ แหลมสมุทร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · เสถียร ลิมปิษเฐียร · แปลก ศิงฆมานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายอัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 224/2530ฎีกา 1452/2511ฎีกา 220/2509ฎีกา 1561/2520ฎีกา 325/2524ฎีกา 1427/2493ฎีกา 1897/2538ฎีกา 7/2492ฎีกา 1750/2527ฎีกา 2533/2549ฎีกา 790/2497ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 2671/2532ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 389/2541ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา