⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1988/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1988/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างทำของที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานเอง ถือเป็นสัญญาจ้างทำของตามกฎหมาย สิทธิเรียกร้องเงินทดรองค่าจ้างทำของที่จ่ายล่วงหน้าและเหลืออยู่คืนจากผู้รับจ้าง มีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ว่าจ้างจำเลยทำไม้ โดยจำเลยผู้รับจ้างเป็นผู้ตัดฟันชักลาก ล่องนำไม้ไปส่งอู่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นการจ้างเหมา สัญญาจ้างนี้อยู่ในลักษณะจ้างทำของ สิทธิเรียกร้องในการที่โจทก์จะฟ้องเรียกเงินทดรองค่าจ้างทำของที่จ่ายล่วงหน้าและเหลืออยู่ คืนจากจำเลยผู้รับจ้าง มีอายุความ 10 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญารับจ้างทำและขนส่งไม้กับบริษัทโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ระหว่างการทำไม้ จำเลยที่ 1 เบิกเงินทดรองทำงานไปจากโจทก์และในระหว่างการล่องแพจำเลยทั้งสองร่วมกันเบิกเงินทดรองการทำงานไปจากโจทก์หลายครั้งหลายหน ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ทำใบสำคัญการจ่ายเงินมาหักล้างเงินยืมที่ทดรองไป แต่ไม่ครบคงขาดไปตามสำเนาหนังสือรับสภาพหนี้ท้ายฟ้อง โจทก์ทวงเตือนจำเลยทั้งสองให้ชำระ ก็ไม่ชำระจึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ย หากจำเลยที่ 1 ไม่สามารถชำระก็ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระแทน จำเลยที่ 1 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้ส่งสัญญาจ้างเดิมที่โจทก์จำเลยทำกันไว้ ทั้งมิได้บรรยายว่าที่โจทก์ (จำเลย) ทำไม้ส่งให้โจทก์เท่าใด รับเงินไปเท่าใดจำเลยไม่ได้รับเงินหรือค้างเงินตามจำนวนที่ฟ้อง บันทึกรับสภาพหนี้ท้ายฟ้องไม่เป็นหนังสือรับสภาพหนี้กับโจทก์เพราะโจทก์ไม่ได้สนองรับบันทึกจึงไม่ผูกพันโจทก์จำเลย โจทก์จะนำมาเป็นมูลฟ้องจำเลยไม่ได้คดีโจทก์ขาดอายุความ ก่อนฟ้องโจทก์ไม่ได้ทวงถามจำเลย จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า สำเนาเอกสารที่โจทก์อ้างว่าเป็นหนังสือรับสภาพหนี้นั้น เป็นเพียงบันทึกการทำงบดุลย์ จำเลยไม่ได้ลงชื่อรับรอง จึงไม่ต้องรับผิดจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 จริง แต่เห็นว่าจำเลยที่ 1 จะทำไม้ให้โจทก์ไม่ได้ตามสัญญา จำเลยจึงเข้าทำสัญญากับโจทก์แล้วตกลงเลิกสัญญาค้ำประกัน สัญญาค้ำประกันจึงไม่มีผลบังคับต่อไป จำเลยมิได้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ถึงเงินยืม การรับจ้างทำไม้รายนี้ยังมิได้คิดบัญชีกันโจทก์ยังต้องจ่ายเงินให้จำเลยอีก ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความแล้ว ก่อนฟ้องโจทก์ไม่ได้ทวงถาม จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปากแล้วสั่งงดสืบพยาน โดยวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นพ่อค้าไม้ จำเลยทำสัญญาจ้างทำและขนไม้ให้โจทก์เข้าลักษณะสัญญาจ้างทำของ สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้เงินที่ออกทดรองไปมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เกิน 2 ปีนับแต่วันทำสัญญารับสภาพหนี้ท้ายฟ้อง คดีโจทก์จึงขาดอายุความ เมื่อหนี้ประธานขาดอายุความแล้ว หนี้ตามสัญญาค้ำประกันซึ่งเป็นอุปกรณ์ก็หลุดพ้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนจำเลยทั้งสอง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามฟ้อง คำให้การและพฤติการณ์แห่งการกระทำของโจทก์จำเลยเกี่ยวกับเงินที่จำเลยเอาไปจากโจทก์ มีลักษณะเป็นการยืมไปใช้จ่ายในการทำไม้ เป็นการยืมใช้สิ้นเปลือง มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยหนังสือรับสภาพหนี้ นับถึงวันฟ้องคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ แต่คดียังมีข้อโต้เถียงกันอยู่ ฟังเอาเป็นยุติยังไม่ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานคู่ความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมให้ผู้แพ้คดีในที่สุดเป็นผู้เสีย จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้อง คำให้การ สำเนาเอกสารท้ายฟ้องโจทก์เป็นผู้ว่าจ้างจำเลยทั้งสองทำไม้ โดยจำเลยผู้รับจ้างเป็นผู้ตัดฟัน ชักลาก ล่องนำไม้ไปส่งอู่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้อันเป็นการจ้างเหมา สัญญาจ้างนี้จัดอยู่ในลักษณะจ้างทำของ จำเลยทำสัญญารับเงินค่าจ้างไปจากโจทก์ล่วงหน้า บัดนี้โจทก์จำเลยปฏิบัติตามสัญญาเสร็จ ยังมีค่าจ้างของโจทก์ที่จำเลยรับไป ติดค้างอยู่ที่จำเลยเป็นจำนวนตามหนังสือที่จำเลยทำรับรองไว้กับโจทก์ โจทก์จึงขอให้บังคับให้จำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวนี้คืน ดังนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินทดรองค่าจ้างที่จ่ายล่วงหน้าคืนจากจำเลยสิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำให้การยังมีข้อโต้เถียงกัน ฟังเอาเป็นยุติไม่ได้ ศาลจะต้องฟังพยานหลักฐานของคู่ความตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1988/2515 บริษัทพิษณุโลกป่าไม้ จำกัด โดยพันโทเด่น กาญจนโพธิ์ ประธานกรรมการ และ โจทก์ นายจรูญ รอดเจริญ นายยิ้ม จันทรนิยม กรรมการบริษัท โจทก์ นายทวี ศิริวัฒน์ ที่ 1 นายเสน่ห์ ไกรลาศ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทพิษณุโลกป่าไม้ จำกัด โดยพันโทเด่น กาญจนโพธิ์ ประธานกรรมการ และ · โจทก์ - นายจรูญ รอดเจริญ นายยิ้ม จันทรนิยม กรรมการบริษัท · จำเลย - นายทวี ศิริวัฒน์ ที่ 1 นายเสน่ห์ ไกรลาศ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 2036/2542ฎีกา 654/2541ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1457/2526ฎีกา 258/2530ฎีกา 2384/2536ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 793/2507ฎีกา 145/2554ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1531/2526ฎีกา 158/2509ฎีกา 3662/2525ฎีกา 6468/2537ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 601/2537ฎีกา 2474/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา