⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2283/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2283/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างเหตุที่จำเลยไม่สมควรต้องรับโทษเพราะเหตุจิตบกพร่องตามกฎหมาย จะต้องยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น หากมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยข้ออ้างนั้นมิได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าใจคำฟ้องและต่อสู้คดีเป็นลำดับมา โดยมีทนายความคอยช่วยเหลือจนเสร็จการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยไม่ได้ยกเหตุที่จำเลยไม่สมควร ต้องรับโทษเพราะเหตุจิตบกพร่องตามมาตรา 65 ขึ้นกล่าวอ้างในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจนศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว จำเลยจึงได้ยกเหตุดังกล่าวขึ้นมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ เมื่อข้อเท็จจริงนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น การรับวินิจฉัยปัญหาที่จำเลยฎีกา จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้มีดพกปลายแหลมเป็นอาวุธแทงจ่าอากาศเอกสมหวัง เรไร ที่บริเวณหน้าอกใกล้นมซ้ายและขวา บริเวณหน้าท้องใกล้สะดือกับท่อนแขนซ้ายโดยเจตนาฆ่า จ่าอากาศเอกสมหวังได้ถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลที่ถูกแทง เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยมีดที่ใช้กระทำผิด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘และริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุกจำเลยตลอดชีวิต รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก ๑๒ ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ว่า ขณะจำเลยกระทำผิด จำเลยเป็นคนจิตบกพร่องจึงไม่ควรรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เหตุที่จำเลยยกขึ้นอ้างว่าจำเลยไม่ต้องรับโทษนั้นจำเลยเพิ่งจะกล่าวอ้างขึ้นมาในชั้นอุทธรณ์ จึงรับฟังไม่ได้ พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยป่วยเป็นโรคจิต บิดามารดาเคยส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ดังสำเนาบัตรของโรงพยาบาลท้ายฟ้องฎีกา จำเลยหนีมาจากโรงพยาบาลการกระทำของจำเลยคดีนี้เห็นได้ว่าเข้าลักษณะเป็นคนจิตบกพร่องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๕ จำเลยจึงไม่ควรรับโทษ ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีเพียงว่าจำเลยจะยกเหตุว่าจำเลยได้กระทำผิดในขณะจิตบกพร่อง จำเลยไม่สมควรต้องรับโทษ ขอให้ยกฟ้องขึ้นมาอ้างภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วได้หรือไม่เห็นว่าเมื่อจำเลยได้รับสำเนาคำฟ้อง ศาลชั้นต้นได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังจำเลยแถลงขอต่อสู้คดีและต้องการทนายความ ศาลได้ขอแรงทนายความให้จำเลยก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยแถลงขอถอนคำให้การเดิมแล้วขอให้การรับสารภาพผิดดังฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดและพิพากษาลงโทษจำเลยจากการดำเนินการพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าวมา เห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจคำฟ้องและต่อสู้คดีเป็นลำดับมาโดยมีทนายความคอยช่วยเหลือจนเสร็จการพิจารณาของศาลชั้นต้นจำเลยไม่ได้ยกเหตุที่จำเลยไม่สมควรต้องรับโทษเพราะเหตุจิตบกพร่องตามมาตรา ๖๕ ขึ้นกล่าวอ้างในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นจนศาลชั้นต้นเสร็จการพิจารณา และพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วจำเลยจึงได้ยกเหตุดังกล่าวขึ้นมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ เมื่อข้อเท็จจริงนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น การรับวินิจฉัยปัญหาที่จำเลยฎีกา จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืนยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2283/2515 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายธานี ไผ่ตะคุ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายธานี ไผ่ตะคุ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายล้วน สมศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม จันทร์กลัด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 551/2514ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1082/2511ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 514/2486ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา