⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 51/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้เลื่อนคดีอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาตามพฤติการณ์ที่เห็นสมควรเป็นรายกรณีไป แม้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนจะบัญญัติให้พยายามพิจารณาโดยไม่ต้องเคร่งครัดก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้ข้อความในตอนต้นของมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 จะได้บัญญัติไว้ว่า การพิจารณาของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน ให้พยายามทำโดยไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายวิธีพิจารณาโดยเคร่งครัดก็ตาม แต่การที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีไปได้หรือไม่ อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพึงสั่งตามพฤติการณ์ที่เห็นสมควรเป็นราย ๆ ไป เมื่อพฤติการณ์ที่โจทก์แสดงมาไม่มีเหตุสมควรที่จะให้เลื่อนคดีไป ศาลก็ชอบที่จะสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.178 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.44

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ก็ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้นในครอบครองไม่ร้บอนุญาต แล้วใช้อาวุธปืนนั้นต่อสู้ขัดขวาง ยิงจ่าสิบตำรวจทวีโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนไม่ลั่นขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ : (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙,๘๐,๓๗๑ และสั่งริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืน และฐานพกพาอาวุธปืนในทางสาธารณะ ส่วนข้อหาต่อสู้ขัดขวาง พยายามฆ่าเจ้าพนักงานปฏิเสธ วันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์แถลงว่าไม่ได้ยื่นบัญชีพยาน และไม่ได้ขอหมายพยานเพราะส่งสำนวนไปกรมตำรวจเพื่อวินิจฉัยข้อหาบางข้อหลังจากฟ้องแล้วประมาณ ๒๐ วัน ตำรวจเพิ่งส่งสำนวนคืนมาเมื่อ ๔-๕ วันมานี้ จึงไม่ได้ระบุพยาน ขอเลื่อนไปนัดหน้า ที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยแถลงขอให้ศาลนัดตัดพยานเพราะโจทก์ไม่ได้ระบุพยานก่อนวันสืบพยานซึ่งควรจะทำได้โดยไม่มีเหตุผลสมควร ขอให้นัดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อโจทก์ไม่ได้ระบุพยานหรือยื่นบัญชีพยาน ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานสืบ ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้เลื่อนคดีไป ส่วนที่จำเลยขอสืบพยานนั้น ศาลวินิจฉัยคดีได้เองโดยไม่ต้องฟังพยานจำเลย จึงให้งดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗,๗๒ : (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๗๑ ให้รอการกำหนดโทษจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ข้อหานอกนั้นยกให้ปล่อยตัวไป โจทก์อุทธรณ์ว่า มีเหตุสมควรที่ศาลควรอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาไป โจทก์ยังมิได้ตกลงว่าจะไม่สืบพยาน จึงถือว่าการพิจารณายังไม่เสร็จ ศาลไม่ควรพิพากษาก่อนฟังพยานหลักฐานโจทก์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์นำพยานมาสืบในข้อหาฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาไปตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนพิจารณาเห็นว่า มาตร ๔๔ แห่ง พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ บัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาที่เกี่ยวกับเด็กกระทำผิดไว้ไม่เคร่งครัดดังเช่นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การที่โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก และไม่มีพยานโจทก์มาศาลในวันนัดพิจารณานั้น จึงสมควรอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีไปตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๔๔ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะข้อหาฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาที่มาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน โดยถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบนั้น ชอบหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์มาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งบัญญัติว่า "การพิจารณาคดีของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนนั้น ให้พยายามทำโดยไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการพิจารณาโดยเคร่งครัด ให้ใช้ภาษาง่ายๆ ให้จำเลยเข้าใจและต้องเปิดโอกาสให้จำเลยรวมตลอดถึงบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่จำเลยอาศัยอยู่ แถลงข้อเท็จจริง ความรู้สึกและความคิดเห็น ตลอดจนระบุและซักถามพยานได้เต็มที่ ไม่ว่าในชั้นใด ๆ ในระหว่างที่มีการพิจารณาคดีนั้น" แล้วเห็นว่า แม้ข้อความตอนต้นในบทมาตรานี้จะได้บัญญัติไว้ว่าการพิจารณาของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน ไม่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาโดยเคร่งครัดก็ตาม แต่การที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีไปได้หรือไม่ ก็ยังอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพึงสั่งตามพฤติการณ์ที่เห็นสมควรเป็นราย ๆ ไป และโดยเฉพาะคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำแถลงของโจทก์ต่อศาลขั้นต้นว่า เหตุที่โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีพยานหรือขอหมายพยาน เป็นเพราะส่งสำนวนไปยังกรมตำรวจหลังฟ้องแล้วประมาณ ๒๐ วัน ตำรวจเพิ่งส่งสำนวนคืนมาเมื่อ ๔-๕ วัน ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์นั้น ถึงจะรับฟังเป็นความจริงก็ถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุสมควรแสดงว่าโจทก์ไม่สามารถระบุพยานหรือยื่นบัญชีพยานต่อศาลได้ เพราะเวลาที่โจทก์ส่งสำนวนไปยังกรมตำรวจเป็นเวลาภายหลังฟ้องแล้วถึง ๒๐ วัน และได้รับสำนวนคืนก่อนวันสัดสืบพยานโจทก์อีก ๔-๕ วัน ซึ่งเห็นได้ว่าก่อนโจทก์ส่งสำนวนไปยังกรมตำรวจก็ดีหรือหลังจากรับสำนวนคืนแล้วก็ดี โจทก์มีเวลาพอที่จะสามารถระบุพยานหรือยื่นบัญชีพยานได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ระบุพยานหรือยื่นบัญชีพยานต่อศาลเสียเลย เพราะความบกพร่องอันเป็นความผิดของโจทก์ ก็ไม่มีเหตุสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้เลื่อนคดีไป ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีและพิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน โดยวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานมาพิสูจน์ว่าจำเลยกระทำผิด ลงโทษจำเลยในข้อหานี้ไม่ได้ จึงชอบแล้ว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิจารณาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 51/2515 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายธวัช หรือ นนทชัย ทิพกรณ์ หรือ เปี๊ยก ผมทอง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายธวัช หรือ นนทชัย ทิพกรณ์ หรือ เปี๊ยก ผมทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · ชวน พูนคำ · จรัญ อิศระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลคดีเด็กและเยาวชน - นายเริ่ม ธรรมดุษฏี · ศาลอุทธรณ์ - นายฉันท์ วรวิทย์สัตถญาณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 5647/2537ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา