⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 797/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องสอดตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ผู้ร้องสอดมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความได้ แม้จำเลยจะขาดนัดยื่นคำให้การก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไถคราดและขุดดินถมเหมืองน้ำสาธารณะทำให้โจทก์และบุคคลอื่นซึ่งมีนาอยู่บริเวณนั้น ไม่มีทางระบายน้ำหรือทดน้ำเข้านาได้ โจทก์ห้าม จำเลยเถียงว่าเหมืองน้ำผ่านกลางที่นาของจำเลย จำเลยมีสิทธิกลบถมได้ ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย และพิพากษาแสดงว่าทำนบพิพาท เหมืองน้ำพิพาทและคลองเป็นสาธารณะ คำฟ้องเช่นนี้เป็นทั้งคดีละเมิดและคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ในระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดร้องขอเข้าเป็นคู่ความเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองบังคับตามสิทธิของตน โดยอ้างว่านาที่โจทก์อ้างว่าเหมืองน้ำผ่านเป็นของผู้ร้องสอด จำเลยทำไปโดยอาศัยสิทธิและความเห็นชอบของผู้ร้องสอด ดังนี้ เป็นการร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) เมื่อได้ยื่นคำร้องขอมาถูกต้อง คือ คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาผู้ร้องสอดย่อมมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความได้ การร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1)นั้นแม้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดก็หาหมดสิทธิร้องสอดเข้าเป็นคู่ความไม่ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขุดเหมืองน้ำซึ่งจำเลยขุดดินถมให้มีสภาพเดิม เมื่อผู้ร้องสอดอ้างว่าเป็นเจ้าของนา ที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยขุดเหมืองน้ำ ย่อมเป็นกรณีพิพาทกันเกี่ยวถึงนาที่ผู้ร้องสอดอ้างว่าเป็นเจ้าของ การที่ผู้ร้องสอดร้องเข้ามาจึงไม่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของผู้ร้องสอด แล้วพิจารณาคดีไปโดยจำเลยขาดนัดพิจารณาและพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี เมื่อผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่ง และศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้ร้องสอดมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความได้ จะพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับคำร้องสอดไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยไม่พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสียด้วยนั้น ยังไม่บริบูรณ์เพราะถ้าหากคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังมีอยู่ ย่อมไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ แต่เมื่อปรากฏว่าจำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นขึ้นมาด้วย และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่แล้ว ซึ่งมีผลถึงผู้ร้องสอดด้วย ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องแก้ไข

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไถคราดและขุดดิน ถม ทำลาย เหมืองน้ำสาธารณะ ซึ่งทดน้ำ ระบายน้ำ จากคลองหลุบจาน ห้ามคนอื่นใช้ทำนบและจับปลาในคลองเหนือทำนบ ทำให้โจทก์กับบุคคลอื่นได้รับความเสียหาย โจทก์ห้ามจำเลย จำเลยเถียงว่า เหมืองน้ำผ่านกลางนาของจำเลย จำเลยมีสิทธิกลบถมเสียได้ ขอให้พิพากษาว่าทำนบพิพาทเหมืองน้ำพิพาท และคลองหลุบจาน เป็นสาธารณะ จำเลยไม่มีสิทธิหวงห้าม ให้จำเลยขุดเหมืองน้ำพิพาทให้มีสภาพเดิมหรือให้จ่ายค่าแรงงานขุดและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่า นาที่โจทก์ฟ้องว่าเป็นของจำเลยความจริงเป็นของผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบิดาจำเลย จำเลยทำไปโดยอาศัยสิทธิและความเห็นชอบของผู้ร้องสอด เมื่อจำเลยถูกฟ้อง ย่อมกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้ร้องสอด ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาเพื่อให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง ตามสิทธิของผู้ร้องสอดที่มีอยู่ จึงขอร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความและขอยื่นคำให้การแก้ฟ้องโจทก์ วันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ จำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว พิจารณาสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดให้โจทก์เสียหายเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยผู้ร้องสอดไม่ได้เกี่ยวในการทำละเมิดต่อโจทก์ ไม่เห็นสมควรให้ผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีนี้ ให้ยกคำร้อง แล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์ ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การฟ้องคดีของโจทก์กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ร้อง (สอด) กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57(1) ชอบที่จะให้ผู้ร้อง (สอด) เข้าต่อสู้คดีเพื่อคุ้มครองสิทธิของตน พิพากษากลับ ให้รับคำร้องสอดไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยไถคราดและขุดดินถมเหมืองน้ำสาธารณะทำให้โจทก์และคนอื่นซึ่งมีนาอยู่บริเวณนั้นไม่มีทางระบายน้ำหรือทดน้ำเข้านาได้ โจทก์ห้ามจำเลยโต้เถียงว่าเหมืองน้ำนั้นผ่านมากลางที่นาของจำเลย จำเลยมีสิทธิกลบถมได้ คำขอท้ายฟ้องของโจทก์นอกจากขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแล้ว ยังขอให้พิพากษาแสดงว่าทำนบพิพาทเหมืองน้ำพิพาท คลองหลุบจาน เป็นสาธารณะด้วยศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์เป็นคดีละเมิดและคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ด้วย การที่ผู้ร้องสอดอ้างว่านาที่โจทก์อ้างว่าเป็นเหมืองน้ำผ่านเป็นของผู้ร้องสอด จำเลยทำไปโดยอาศัยสิทธิและความเห็นชอบของผู้ร้องสอด และร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความเพื่อให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องสอดที่มีอยู่ เป็นการร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ทั้งได้ยื่นคำร้องขอมาถูกต้องคือ คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดจึงมีสิทธิเข้ามาเป็นคู่ความได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดหมดสิทธิร้องสอดนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ผู้ร้องสอดร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) เพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง บังคับตามสิทธิของตน แม้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดก็หาหมดสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความไม่ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มิได้ฟ้องเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน การที่ผู้ร้องสอดร้องเข้ามาเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยขุดเหมืองน้ำที่จำเลยขุดดินถมให้มีสภาพเดิม และว่าจำเลยเถียงว่า เหมืองน้ำนั้นผ่านกลางนาของจำเลย จำเลยมีสิทธิกลบถมได้ เมื่อผู้ร้องสอดอ้างว่าเป็นเจ้าของนาที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยขุดเหมืองน้ำกรณีก็เป็นเรื่องพิพาทกันเกี่ยวถึงนาที่ผู้ร้องสอดอ้างว่าเป็นเจ้าของ การที่ผู้ร้องสอดร้องเข้ามาจึงไม่เป็นเรื่อง นอกฟ้องนอกประเด็น ฎีกาโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้รับคำร้องสอดไว้ดำเนินกระบวนพิจารณา โดยมิได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2)ด้วยนั้น ยังไม่บริบูรณ์ เพราะถ้าหากคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังมีอยู่ย่อมไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ดี คดีนี้จำเลยได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นขึ้นมาด้วย และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาและ พิพากษาใหม่แล้ว ย่อมมีผลถึงผู้ร้องสอดด้วย ศาลฎีกาไม่จำต้องแก้ไข พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2515 นายเขียน บุญโนนแต้ โจทก์ นายไล บุญใจ ที่ 1 นายอินทา ชูสกุล ที่ 2 จำเลย นายจันทร์ บุญใจ ที่ 1 นายอ้วย ชูสกุล ที่ 2 ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเขียน บุญโนนแต้ · จำเลย - นายไล บุญใจ ที่ 1 นายอินทา ชูสกุล ที่ 2 · ผู้ร้องสอด - นายจันทร์ บุญใจ ที่ 1 นายอ้วย ชูสกุล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เพชรคุปต์ · ชวน พูนคำ · กฤษณ์ โสภิตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 1681/2515ฎีกา 2221/2553ฎีกา 163/2491ฎีกา 13107/2556ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3240/2533ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1511/2520ฎีกา 5272/2544ฎีกา 602/2488ฎีกา 2841/2547ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 8119/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา