คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1813/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลต้องกระทำก่อนวันสืบพยานจริง ไม่ใช่วันนัดสืบพยานครั้งแรก และการยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมสามารถทำได้โดยไม่ต้องทำเป็นคำร้อง
ย่อคำพิพากษา
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 บัญญัติให้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน นั้นหมายถึงก่อนวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานจริง ๆ ไม่ใช่หมายถึงวันนัดสืบพยานครั้งแรก
ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยตามที่จำเลยแถลงรับนำสืบก่อนในวันที่ 6 สิงหาคม 2513 ครั้นถึงวันนัด จำเลยยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม และในวันเดียวกันนั้น ศาลชั้นต้นเห็นควรให้เลื่อนคดีไปจึงให้เลื่อนคดีไปสืบพยานจำเลยในวันที่ 20 สิงหาคม 2513 โดยยังมิได้สั่งว่ารับหรือไม่รับบัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่ 6 สิงหาคม 2513ของจำเลย ครั้นวันที่ 17 สิงหาคม 2513 จำเลยยื่นคำร้องระบุพยานโดยอ้างว่าพลั้งเผลอไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยาน 3 วันขอให้รับบัญชีระบุพยานจำเลยไว้ ดังนี้ การที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลในวันที่ 6 สิงหาคม 2513 นั้น แม้จำเลยจะยื่นคำร้องว่าเป็นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมก็ตาม แท้จริงเป็นการระบุพยานครั้งแรกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคแรก นั่นเองซึ่งจำเลยมีสิทธิยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลโดยไม่ต้องทำเป็นคำร้องเพราะวันนั้นศาลไม่ได้เริ่มต้นทำการสืบพยานจริง ๆ ส่วนการที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่17 สิงหาคม 2513 โดยทำเป็นคำร้องนั้น แท้จริงก็เป็นการยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรค2 นั่นเองซึ่งจำเลยมีสิทธิยื่นได้โดยไม่ต้องทำเป็นคำร้อง ฉะนั้น บัญชีระบุพยานจำเลยฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2513 จึงเป็นบัญชีระบุพยานที่ได้ยื่นต่อศาลไว้โดยชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจัดสรรที่ดินขายเป็นแปลง ๆ โดยกำหนดตัดถนนซอยออกสู่ถนนดาวดึงษ์ โจทก์ทุกคนต่างซื้อที่ดินจากจำเลยตามสัญญาซื้อขายท้ายฟ้อง จำเลยได้ทำถนนซอยตัดใหม่เป็นแนวทางไว้แล้ว แต่มิได้ทำให้เสร็จกลับปิดทางเสีย ขอให้บังคับจำเลยจัดการทำซอย หากไม่สามารถทำได้ ก็ให้แบ่งที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางให้พ้นทางและห้ามจำเลยปิดกั้นแนวทางถนนซอยเดิม
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยจัดสรรที่ดินพิพาทให้โจทก์ที่ ๑, ๒ แต่หากมีแม่ชีเทียนแบ่งซื้อจากจำเลย แล้วนำเอาชื่อโจทก์ที่ ๑, ๒เป็นผู้ซื้อแทน โจทก์ที่ ๑, ๒ ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยมีสิทธิเลิกสัญญาและขอคืนเงินให้โจทก์ที่ ๑, ๒ ทั้งนี้เพราะแม่ชีเทียนมิได้นำที่ดินไปทำประโยชน์ทางศาสนาตามที่ตกลงกัน จำเลยไม่เคยรับว่าจะเปิดทางให้ จำเลยไม่เคยเปิดทาง ปิดทางดังฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาที่โจทก์ที่ ๑, ๒ ทำไว้กับจำเลยเป็นโมฆะ ให้โจทก์ที่ ๑, ๒ รับเงินคืนไปแล้วรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท
โจทก์ที่ ๑, ๒ ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่มีอำนาจฟ้องแย้งไม่มีสิทธิเลิกสัญญาซื้อขาย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจัดทำถนนซอยกว้าง ๖ ศอกตามหมายสีเหลืองในแผนที่พิพาทของศาล ห้ามจำเลยปิดกั้นทางพิพาทถ้าไม่ยอมกระทำ ให้โจทก์ทำตามคำแถลงของโจทก์
จำเลยอุทธรณ์ และอุทธรณ์ด้วยว่า การที่ศาลไม่รับบัญชีระบุพยานจำเลย อีกทั้งไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีไป แล้วงดสืบพยานจำเลยนั้นเป็นการไม่ชอบ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
โจทก์ฎีกา
ในปัญหาที่ว่า จำเลยไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยาน๓ วันจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยตามที่จำเลยแถลงรับนำสืบก่อนในวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๓ ครั้นถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม และในวันเดียวกันนั้น ศาลชั้นต้นเห็นควรให้เลื่อนคดีไป จึงให้เลื่อนคดีไปสืบพยานจำเลยในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๑๓โดยยังมิได้สั่งว่ารับหรือไม่รับบัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๓ของจำเลย ครั้นวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๑๓ จำเลยยื่นคำร้องระบุพยานโดยอ้างว่าพลั้งเผลอไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยาน ๓ วัน ขอให้รับบัญชีระบุพยานจำเลยไว้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๑๓ไม่รับบัญชีระบุพยานจำเลยฉบับลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๑๓ และสั่งงดสืบพยานจำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘บัญญัติให้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๓ วัน นั้นหมายถึงก่อนวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานจริง ๆ ไม่ใช่หมายถึงวันนัดสืบพยานครั้งแรก คดีนี้ แม้ศาลนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรกในวันที่ ๖ สิงหาคม๒๕๑๓ แต่แล้วศาลได้สั่งเลื่อนคดีไปเองเป็นวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๑๓ ฉะนั้นการที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลในวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๓ นั้น แม้จำเลยจะยื่นคำร้องว่าเป็นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมก็ตาม แต่พฤติการณ์ที่แท้จริงแล้วหาใช่เป็นการระบุพยานเพิ่มเติมไม่แต่หากเป็นการระบุพยานครั้งแรกนั่นเองซึ่งจำเลยมีสิทธิยื่นต่อศาลโดยไม่ต้องทำเป็นคำร้องอย่างใด เพราะวันนั้นศาลไม่ได้เริ่มต้นทำการสืบพยานจริง จึงไม่ถือเป็นวันสืบพยาน ส่วนการที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๑๓ โดยทำเป็นคำร้องนั้น ก็เป็นการที่จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมตามมาตรา ๘๘ วรรค ๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั่นเองจำเลยมีสิทธิยื่นได้โดยไม่ต้องทำเป็นคำร้อง ฉะนั้น บัญชีระบุพยานจำเลยฉบับวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๑๓จึงเป็นบัญชีระบุพยานที่ยื่นต่อศาลไว้โดยชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1813/2516
จ่าสิบเอกโชติ วีระเดช กับพวก โจทก์
นางสังวาลย์ รัตนศรี โดยนางลักขณา ศรีสุขวงษ์ ผู้รับมรดกความ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - จ่าสิบเอกโชติ วีระเดช กับพวก · จำเลย - นางสังวาลย์ รัตนศรี โดยนางลักขณา ศรีสุขวงษ์ ผู้รับมรดกความ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ · วิทูร เทพพิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา