คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่ฎีกา ข้อหาฐานปลอมเอกสารจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องทั้ง 2 ข้อหา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยปลอมเอกสารและลงโทษฐานนี้ จำเลยอุทธรณ์โจทก์ไม่อุทธรณ์ ข้อหาฐานใช้เอกสารปลอมจึงยุติไปแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยความผิดฐานใช้เอกสารปลอมอีก เมื่อศาลอุทธรณ์ว่าฟังไม่ได้ว่าจำเลยปลอมเอกสาร แล้วกลับฟังว่าจำเลยใช้เอกสารปลอม และพิพากษาลงโทษฐานนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในส่วนนี้จึงไม่ชอบเมื่อจำเลยฎีกาต่อมา ส่วนโจทก์ไม่ฎีกา ข้อหาฐานปลอมเอกสารจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องทั้ง 2 ข้อหา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกับพวกร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268, 83และริบเอกสาร ช.5, ช.1 ปลอม
จำเลยให้การปฏิเสธ
นายประพัฒน์ อภิปุญญา เข้าเป็นโจทก์ร่วม
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยร่วมกับนายเตียกเม้ง แซ่ตั้ง พี่ชายของจำเลยปลอมเอกสารตามฟ้องของโจทก์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และ 83 ให้ปรับจำเลย 2,000 บาทให้ริบเอกสารปลอม 2 ฉบับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมหรือร่วมกับผู้ใดปลอมเอกสาร ส่วนการใช้เอกสารปลอมนั้นเชื่อว่าจำเลยร่วมกับนายเตียกเม้ง เป็นคนไปยื่นเอกสารดังกล่าวต่อนายไสวปลัดอำเภอ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเอกสารปลอม พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน คือ จำเลยปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยปลอมเอกสาร ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยใช้เอกสารปลอม พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 จำเลยอุทธรณ์ โจทก์และโจทก์ร่วมไม่อุทธรณ์ ประเด็นข้อหาฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 จึงยุติแต่ศาลชั้นต้นแล้ว
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยปลอมเอกสารแต่ฟังว่าจำเลยใช้เอกสารปลอม พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ในข้อหาความผิดว่าจำเลยปลอมเอกสารนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด โจทก์และโจทก์ร่วมไม่ฎีกา ข้อหาความผิดฐานปลอมเอกสารจึงยุติแต่ศาลอุทธรณ์ ไม่มีประเด็นมาสู่ศาลฎีกา ส่วนข้อหาความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ซึ่งยุติไปตั้งแต่ศาลชั้นต้นนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัย คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในส่วนนี้จึงไม่ชอบ
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ริบเอกสารช.5, ช.1
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2345/2516
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นายประพัฒน์ อภิปุญญา โจทก์
นางสุนีย์ ตั้งไตรรัตน์ หรือเมี่ยวอิม แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายประพัฒน์ อภิปุญญา · จำเลย - นางสุนีย์ ตั้งไตรรัตน์ หรือเมี่ยวอิม แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทูร เทพพิทักษ์ · จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา