⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 261/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 261/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ดอกเบี้ยที่เรียกเกินอัตราผิดกฎหมายเป็นโมฆะ แต่หนี้ต้นเงินยังคงสมบูรณ์ สัญญากู้จึงไม่ตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ และส่วนที่สมบูรณ์สามารถนำมาฟ้องร้องบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

ยอดเงินกู้ตามหนังสือสัญญากู้เงินซึ่งแยกได้ว่าเป็นต้นเงินที่แท้จริงจำนวนหนึ่ง และดอกเบี้ยล่วงหน้าซึ่งเรียกเกินอัตราผิดกฎหมายจำนวนหนึ่งนั้น หนี้ดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นหนี้ไม่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆะ ส่วนหนี้ต้นเงินยังคงสมบูรณ์ สัญญากู้ไม่ตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ และในส่วนที่สมบูรณ์ย่อมนำมาใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมฟ้องร้องบังคับคดีได้ (อ้างฎีกาที่ 1238/2502)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.135 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น๒๗,๐๐๐ บาท โดยจำเลยยอมให้ดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี ปรากฏตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้อง ถึงกำหนดชำระตามสัญญา จำเลยไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมพร้อมกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินโจทก์เพียง ๑๒,๐๐๐ บาท กำหนดใช้คืนใน๑๐ เดือน โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อเดือน และได้คิดดอกเบี้ยล่วงหน้า๑๐ เดือนเป็นเงิน ๑๔,๔๐๐ บาท กับค่าปากถุงอีกร้อยละห้าของต้นเงิน เป็นเงิน๖๐๐ บาท เมื่อรวมกับเงินกู้ ๑๒,๐๐๐ บาท จึงเป็นเงินกู้ทั้งสิ้น ๒๗,๐๐๐ บาทโจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และเอาดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมายรวมกับต้นเงินกู้มาฟ้อง เป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังข้อเท็จจริงสมข้อต่อสู้ของจำเลยว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปเพียง ๑๒,๐๐๐ บาท ส่วนอีก ๑๔,๔๐๐ บาท กับค่าปากถุง๖๐๐ บาท เป็นดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมาย เป็นหนี้ไม่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆะ ฟ้องร้องบังคับเอากับจำเลยไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน๑๒,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าหนังสือสัญญากู้ยืมเงินรายนี้ไม่สมบูรณ์เป็นโมฆะทั้งฉบับจึงนำมาใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมฟ้องร้องจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ยอดเงินกู้ ๒๗,๐๐๐ บาท ตามสัญญากู้หมาย จ.๑ นั้นแยกได้ว่าเป็นเงินต้นที่แท้จริง ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยให้การรับแล้ว อีก ๑๕,๐๐๐บาท เป็นดอกเบี้ยล่วงหน้าที่โจทก์เรียกเกินอัตราผิดกฎหมาย ฉะนั้น หนี้ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่ไม่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆะส่วนหนี้ต้นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาทยังคงสมบูรณ์อยู่ สัญญากู้รายนี้จึงไม่ตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ และในส่วนที่สมบูรณ์ย่อมนำมาใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมฟ้องร้องบังคับคดีได้ ตามนัยฎีกาที่ ๑๒๓๘/๒๕๐๒ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 261/2516 นางสมบัติ โพธานนท์ โจทก์ นางสุดจิตร เองเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมบัติ โพธานนท์ · จำเลย - นางสุดจิตร เองเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเมธ ทิพยมนตรี · วินัย ทองลงยา · ประพจน์ ถิระวัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสีห์ คลายนสูตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 6801/2540ฎีกา 548/2522ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1776/2541ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 1302/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา